มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ไปที่ไหนกับเจ้า?”
“ตามข้า…” กู้ไป๋อีพบว่าตนเองนั้นยังจะรักษาตนให้อยู่รอดก็ยังลำบาก จึงมิอาจกลับไปได้เป็นการชั่วคราว
มู่เฉียนซีกล่าวต่อ “อีกทั้งที่เจ้ามีปัญหา เย่เฉินนั้นมิใช่เสือสางอะไรทั้งสิ้น เขาเป็นแมงป่องพิษตัวหนึ่งต่างหาก”
“ในเมื่อเป็นแมงป่องพิษเช่นนั้นก็ยิ่งอันตรายมากว่าเก่าเสียแล้ว” กู้ไป๋อีกล่าว
“ขอแค่เหี้ยมโหดเสียยิ่งกว่าเขา แล้วยังจะต้องกลัวอันตรายอีกหรือ?” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วถาม
มู่เฉียนซีถามขึ้น “เสี่ยวไป๋ เจ้าไม่อยากที่จะฟื้นฟูพลังความสามารถหรือ? เจ้าเองก็ได้ยินแล้วนี่ว่าข้าเป็นนักปรุงยาผู้หนึ่ง”
“สายฟ้าเก้าครั้งได้ทำลายพลังยุทธ์ของข้า หากของเก่าไม่พังทลายของใหม่ก็ไม่บังเกิดขึ้น นี่เป็นวิถีทางแห่งการฝึกบำเพ็ญที่ข้าต้องเดิน รอจนเมื่อโอกาสมาถึงข้าจะฟื้นฟูขึ้นมาได้อย่างแน่นอน” กู้ไป๋อีกล่าว
มู่เฉียนซียิ้มตาหยีแล้วกล่าว “เช่นนั้นเจ้าที่เป็นผู้สูงส่งสามารถอดทนเป็นลูกสมุนข้าได้หรือ?”
“นี่ก็เป็นการฝึกชนิดหนึ่งเหมือนกัน ฝึกจิตใจ สาวน้อยเพียงแค่ซุกซนไปหน่อยก็เท่านั้น ใจของเจ้านั้นมิได้เลวร้าย!” เขามองไปทางมู่เฉียนซีอย่างเฉยเมยและกล่าวติชมออกมา
มู่เฉียนซีขยับเข้ามาใกล้เขาแล้วกล่าวขึ้น “คำเรียกขานของเจ้ามีปัญหานะ!”
“คุณหนูใหญ่!” กู้ไป๋อีร้องกล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ซุกซน? ความรู้สึกของเจ้านั้นมีปัญหา ถ้าหากว่าข้าเลวจริงและทำเลว ๆ กับเจ้า เช่นนั้นเจ้าจะย