กันได้แล้ว กลับมา!”
อู๋ตี้กับเสี่ยวหงกลับเข้าไปในมิติ มู่เฉียนมองกู้ไป๋อีและกล่าวว่า “เสี่ยวไป๋ ไปกันเถอะ พวกเราออกไปจากทุ่งรกร้างศิลาดำนี่กัน”
กู้ไป๋อีขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “เจ้าเรียกชื่อข้าไม่ได้หรือไง?”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อว่า “แต่ข้าว่าเรียกเจ้าว่าเสี่ยวไป๋มันง่ายดี และมันก็ดูน่ารักด้วย เจ้าว่าไหมล่ะ?”
กู้ไป๋อีมองหน้ามองหน้ามู่เฉียนซีด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์และความรู้สึกพลางกล่าวว่า “แล้วแต่เจ้า!”
มู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อียังคงเดินไปได้ไม่ไกลนัก ก็ได้เห็นกับคนหลายกลุ่มกำลังพรวดเข้ามา มียอดฝีมือขั้นจักรพรรดิ แม้กระทั่งยอดฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิก็มี
พวกเขาได้เห็นกับชายหญิงคู่หนึ่งที่อยู่ไม่ไกล การได้เห็นผู้ที่หน้าตาโดดเด่นเช่นนี้ในทุ่งรกร้างศิลาดำกลับทำให้พวกเขาประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
ไม่นานนักพวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้ามู่เฉียนซี พวกเขาเอ่ยปากกล่าวว่า “มีกลิ่นอายของสัตว์เทพแผ่ซ่านอยู่ในทุ่งรกร้างศิลาดำแห่งนี้ พวกเจ้าได้พบเห็นกับสัตว์เทพหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ไม่เห็น”
พวกเขากล่าวด้วยความฉงนสงสัยว่า “ไม่เห็นจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่เห็น ก็คือไม่เห็น!” กู้ไป๋อีกล่าวอย่างเย็นชา
“พี่ใหญ่ อย่าเสียเวลาพูดไร้สาระกับพวกมันเลย รูปร่างหน้าตาของสาวน้อยผู้นี้กับชายหนุ่มผู้นี้ดูไม่เลวเลย หึหึหึ!”
ทุ่งป่ารกร้างใหญ่แห่งนี้ช่างเป็นสถานที่ที่ใครอยากจะทำสิ่งใดก็ได้จริง ๆ
ความงามจ