ที่จริงแล้วมู่เฉียนซีมิได้มีความชอบในการทรมานผู้เป็นเชลย แต่เมื่อนางรู้ว่าเจ้าหมอนี่มาจากตำหนักเป่ยหานอีกทั้งยังมีตำแหน่งที่ไม่ต่ำเลย
เมื่อนึกถึงการที่อารองใช้ชีวิตอยู่ที่ตำหนักเป่ยหานอย่างกึ่งคนกึ่งผีมาสิบกว่าปี นางก็เกิดความอดไม่ได้ขึ้นมาบ้างที่จะทรมานเจ้าหมอนี่
ถ้าเขาอยากจะโทษ เขาก็ควรไปโทษพวกผู้อาวุโสและเจ้าตำหนักเป่ยหานที่เป็นต้นเหตุในการบีบบังคับอารอง!
แควก!
เสื้อผ้าของกู้ไป๋อีนั้นมีคุณภาพที่ดียิ่งนัก มิเช่นนั้นคงมิอาจทนต่อสายฟ้านั้นได้และคงได้กลายเป็นผุยผงไปแล้ว
แต่ทว่าเมื่อมู่เฉียนซีได้ออกแรงดึงก็กลับฉีกเสื้อผ้านั้นได้ขาดออกเสีย
ในตอนนี้เสี่ยวหงร้อนรนใจเข้าแล้ว!
แสงสีแดงกระพริบวาบ เสี่ยวหงกล่าว “นายท่าน ท่านอย่าทำอะไรบุ่มบ่ามสิ! ถ้าหากว่าท่านจิ่วเยี่ยรู้เข้าละก็จะต้องฆ่าข้าอย่างแน่นอน!”
อู๋ตี้โกรธขึ้นมา “เจ้านี่มันไอ้คนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา เจ้าอย่าได้มาขัดขวางเรื่องดี ๆ ของนายท่าน!”
ปัก ปัก ปัก!
“……….”
และแล้วปรากฏว่าทั้งสองก็ได้ต่อสู้กันขึ้นมา
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามกับระดับสี่ หญิงสาวผู้นี้ได้ทำพันธสัญญากับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไปสองตัว
กู้ไป๋อีรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง ส่วนมู่เฉียนซีเองก็มิได้เล่นด้วย นางกล่าวเตือนขึ้น “หากว่าเจ้าไม่อยากตายละก็ ทางที่ดีที่สุดคืออยู่ให้สงบ ๆ หน่อย”
มู่เฉียนซีไปเพลิดเพลินกับเนื้อย่างของตัวเอง แน่นอนว่ากู้ไป๋อีที่ได้ผ่านสายฟ้าฟาดมาก็หิวแล้วเ