ช่นกัน
เมื่อได้ยินเสียง จ๊อก ๆ มู่เฉียนซีก็มองไปทางกู้ไป๋อีพร้อมยิ้มแล้วกล่าว “เจ้าหิวเหรอ?”
“ใช่!” น้ำเสียงของเขาชัดใสและเย็นชา
แม้สภาพจะทุลักทุเล แต่เขากลับนั่งนิ่งสงบอยู่ด้านข้างราวกับรอให้สาวรับใช้นำอาหารอันเลิศรสไปให้ก็มิปาน
มู่เฉียนซีนั้นมิใช่สาวรับใช้ของเขา หากแต่ตอนนี้นางต่างหากคือผู้ที่เป็นนายของเขา!
“เช่นนั้นเจ้าก็จงหิวต่อไปเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความเกียจคร้าน
ความเลวร้ายของสาวน้อยผู้นี้ทำให้ใบหน้าที่เหมือนดั่งภูเขาน้ำแข็งใบนั้นแทบจะแตกกระจายออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่กู้ไป๋อีผู้มีสถานะที่สูงส่งและพลังความสามารถที่เต็มขั้นได้ลิ้มรสถึงรสชาติของความหิวโหย มันช่างทรมานเสียจริง
มุมปากของมู่เฉียนซียกโค้งขึ้นเล็กน้อย เทพผู้สูงส่งที่อยู่บนวังจันทราเบื้องบนได้ร่วงหล่นลงมาบนพื้นพสุธา จงดื่มด่ำกับรสชาติเปรี้ยว หวาน เผ็ด ขม บนโลกมนุษย์นี้ให้ดีเถอะ!
หลังจากที่กินอิ่มและดื่มจนเปรมแล้ว มู่เฉียนซีก็ได้เรียกให้เจ้าสองตัวนั้นที่กำลังสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายให้เลิกทำตัววุ่นวายเสีย เพื่อให้พวกมันมาเฝ้าดูเอาไว้ จากนั้นนางก็ไปพักผ่อน
มู่เฉียนซีกล่าวเตือนขึ้นว่า “เสี่ยวไป๋ อย่าได้เดินไปไหนมั่วซั่ว! มิเช่นนั้นหากถูกสัตว์วิญญาณกัดเข้า มันก็จะเป็นการสิ้นเปลืองใบหน้านี้ของเจ้าเสีย”
แววตาของกู้ไป๋อียิ่งเพิ่มความเย็นชามากขึ้นไปกว่าเดิม สิ่งที่พิเศษของเขาในสายตาของหญิงสาวผู้นี้กลับมีเพียงแค่ใบหน้าขอ