อมรอยยิ้ม
“คุณหนูใหญ่!” คำสามคำนี้ถูกกล่าวออกมาอย่างเย็นชา
เมื่อนางได้ข้ามมายังอดีตก็ได้เป็นผู้นำตระกูลมู่ แต่ทว่าก่อนที่นางจะเป็นผู้นำตระกูลมู่นั้นก็ดูเหมือนว่านางจะเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่มาก่อน
ดูแล้วสิ่งที่เจ้าหมอนี่สามารถจะรับได้ก็มีแต่คำนี้เสียแล้ว มู่เฉียนซีพยักหน้าแล้วกล่าวรับ “ก็ได้!”
“ไปกันเถอะ! ไปหาดอกกล้วยไม้หงส์ดำ ถ้าหากว่าข้าพลาดดอกกล้วยไม้หงส์ดำไป รอให้พวกเราไปจากทุ่งรกร้างศิลาดำข้าจะขายเจ้าเข้าสถานบำเรอ ก็เพียงพอที่จะขายได้ราคาดี”
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจที่จะทดแทนกับความเสียหายของดอกกล้วยไม้หงส์ดำได้ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เอาไว้ช่วยเจ้าสวะเซี่ยเลยทีเดียว
เมื่อได้ยินคําพูดเหล่านี้ ใบหน้าอันเย็นชาของกู้ไป๋อีก็ยิ่งแข็งทื่อขึ้นไปเรื่อย ๆ
ตูม!
เมื่อมู่เฉียนซีถูกสัตว์ศิลาดำโจมตี มู่เฉียนซีก็มิได้ให้สัตว์พันธสัญญาออกโรงเหมือนดั่งเช่นที่กู้ไป๋อีได้คาดการณ์เอาไว้
เขาเหลือบไปเห็นเงาร่างสีม่วงนั้น เจตจํานงแห่งการต่อสู้ที่ไร้ซึ่งความหมายนั้น แม้ให้เขาต้องเจอภูตผีก็ยังรู้สึกว่ามันช่างเหมือนเขาคนที่สอง
เพราะความโหดเหี้ยมกล้าหาญในการไล่ตามสู่การเป็นยอดฝีมือ แต่เมื่อคิดถึงความเลวร้ายของหญิงสาวผู้นี้ กู้ไป๋อีก็คิดว่าสัมผัสของเขาคงผิดพลาดไป
ปัง ปัง ปัง!
เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่านางมีพลังความแข็งแกร่งระดับมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่สาม แต่กลับมีเจตจำนงในการต่อสู้ข้ามขั้นที่น่าพรั่นพรึง กู้ไป