านการณ์เช่นนี้ แต่ใบหน้าของเขากลับไม่มีอารมณ์ใด ๆ มู่เฉียนซีสงสัยว่าเขาใบหน้าอัมพาตมาโดยกำเนิดเลยหรือไม่
มู่เฉียนซีก้มลงมองเขาแล้วกล่าวว่า “เจ้าเป็นกังวลเกินไปแล้ว ข้าเห็นแก่ที่เจ้าหน้าตาดีถึงเพียงนี้ ต่อให้เจ้าไม่มีระดับวรยุทธ์แม้แต่น้อย ขอเพียงเจ้าทําผลงานได้ดี ไม่แน่ว่าอาจจะให้เจ้ามาเป็นสามีน้อยคนที่สิบแปดของข้า เมื่อถึงตอนนี้แล้วข้ารับรองว่าเจ้าจะอยู่ดีกินดีไม่มีใครสามารถรังแกเจ้าได้!”
มู่เฉียนซียื่นมือที่เรียวบางออกมาและตั้งใจจะทดสอบเจ้าหมอนี่
ผู้ที่สูงส่งผู้นี้ยังคงสีหน้าไร้อารมณ์อยู่เช่นเดิม แต่ทว่าดวงตาทั้งคู่นั้นเหมือนกับศิลาดำก็มิปานที่ได้แผ่ความเย็นยะเยือกอันน่าตะลึงออกมา ทำให้รู้สึกเหมือนดั่งหิมะที่ตกหนักจนทับถมลงมาก็มิปาน
“อย่ามาแตะต้องตัวข้า!”
เพราะคุ้นเคยกับความหนาวเย็นของจิ่วเยี่ยมาเป็นเวลานานแล้ว จิตสังหารนี้ไม่ได้เท่าไรเลยจริง ๆ?
มู่เฉียนซีกล่าว “หยิ่งยโสนักนะ? เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะจับเจ้าถอดเสื้อผ้าให้หมดสิ้นแล้วโยนไปตากแดดอยู่บนยอดศิลาดำนั่น?”
มือเรียวบางของมู่เฉียนซีชี้ไปยังศิลาก้อนใหญ่นั้นที่อยู่ไม่ไกลนัก
“เจ้ากล้าดียังไง!”
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เขาราวกับภูเขาหิมะที่ผู้คนได้แต่มองขึ้นไป แต่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง!
กลับคิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะตกไปอยู่ในมือของสตรีอันธพาลที่หยิ่งยโส และยังต้องอับอายขายหน้าเช่นนี้อีก
มู่เฉียนซีหัวเราะ “ข้ายังไม่รู้เลยว่าในโลกนี้ม