งเขาเปลี่ยนเป็นล้ำลึกแต่ก็กลับแฝงแววของความจนปัญญาและไม่ยอมใจระคนเอาไว้ด้วยกัน
มู่เฉียนซีกล่าว “ฉีเอ๋อร์ไปแล้ว คุณชายสามารถช่วยอะไรข้าสักอย่างได้หรือไม่?”
“อะไรนะ?” เย่เฉินถามขึ้น
“พาข้าไปโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองเหยียน ข้าต้องการพักผ่อน”
ดวงตาของเย่เฉินทอประกายส่องสว่างออมา “ถึงแม้ว่าจวนตระกูลเย่ของข้านั้นจะเล็ก แต่ก็มีห้องรับรองแขก ถ้าหากแม่นางไม่รังเกียจสามารถไปพักที่จวนตระกูลเย่ของข้าได้ อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นผู้มีพระคุณในการช่วยชีวิตข้ากับฉีเอ๋อร์”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “ได้สิ!”
ตระกูลเย่เป็นสำนักนิกายครึ่งระดับในเมืองเหยียน ซึ่งสร้างขึ้นโดยท่านผู้เฒ่าเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน
ถึงแม้จะเป็นถึงสำนักนิกายครึ่งระดับ แต่ทว่าในบรรดาเหล่ากลุ่มกองลังต่าง ๆ ในเมืองเหยียนนั้นกลับนับว่าเป็นสำนักนิกายที่ธรรมดา
ยิ่งบวกเข้ากับหลานชายของผู้นำตระกูลเย่ที่อ่อนแอมาตั้งแต่ยังเยาว์ ซึ่งไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ นั่นทำให้ตระกูลเย่ยิ่งแย่ลงไปทุกวี่วัน
แต่ทว่าเย่เฉินต้องการที่จะจัดจวนที่เงียบสงบแห่งหนึ่งให้แก่มู่เฉียนซีก็มิใช่เรื่องยากอะไร เพราะตระกูลเย่นั้นมิได้มีคนอยู่มากมายนัก
มู่เฉียนซีถามขึ้น “คุณชายเย่ ข้อมูลของแดนตะวันออกของพวกเจ้าและเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่ทุรกันดารนั้น สามารถส่งมาให้ข้าได้หรือไม่?”
เย่เฉินกล่าว “ข่าวที่ตระกูลเย่รู้มาทั้งหมด ข้าจะให้คนส่งมาให้เจ้า”
มู่เฉียนซีพลิกอ่านข้อมูล และนางก็ได้พบส