ย่างไรนางก็ไม่สามารถหยุดชายผู้ใช้อำนาจบาตรใหญ่ผู้นี้ได้
เวลาผ่านไปนานมากราวกับเป็นศตวรรษ ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็ปล่อยมู่เฉียนซี เขากล่าวเสียงขรึมว่า “อีกไม่นาน ข้าก็จะต้องกลับแล้ว”
ตั้งแต่กวาดล้างหุบเขาหมอเทวดาและกลับไปยังดินแดนเซี่ยโจวกับนาง จากนั้นก็ซ่อมแซมค่ายกลส่งระยะไกล ทั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าเขานั้นได้มาอยู่นานมากแล้ว
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “อืม! ดูแลตัวเองด้วย!”
อือ……
ด้วยท่าทางที่นิ่งสงบของมู่เฉียนซี ดูเหมือนจะทำให้องค์ชายจิ่วเยี่ยผู้นี้ไม่สุขใจอีกครั้ง เขาจึงใช้วิธีนี้เอากลับคืนมา
มู่เฉียนซีเอามือปิดปากที่บวมแดงของตนเอง และกล่าวว่า “เจ้า……หากเจ้ากล้าทำอันใดสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้อีก ข้าจะเตะเจ้ากลับไปเดี๋ยวนี้เลย!”
จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงต่ำว่า “เอาชิ้นส่วนที่สองของสุ่ยจิงอิ๋งมาให้ข้า!”
มู่เฉียนซีเอาชิ้นส่วนชิ้นที่สองของสุ่ยจิงอิ๋งออกมาจากในมิติและยื่นให้จิ่วเยี่ย มู่เฉียนซีคิดว่ามันมีประโยชน์ต่อจิ่วเยี่ย กลับคิดไม่ถึงว่าร่างกายของนางนั้นถูกจิ่วเยี่ยอุ้มมาวางบนเตียงนุ่ม ๆ เสียแล้ว
เส้นผมดำขลับยาวสยายทิ้งตัวลงมา ส่วนเสื้อผ้าก็ไม่รู้ว่าถูกถอดออกไปตั้งแต่เมื่อใดแล้ว!
“จิ่วเยี่ย เจ้า……เจ้าคงจะไม่……”
“เจ็บหน่อยนะ!” ตอนนี้ น้ำเสียงของจิ่วเยี่ยแหบแห้งลงแล้ว
ตรงหัวใจเกิดความเจ็บปวดราวกับจะฉีกขาดขึ้น กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
จิ่วเยี่ยเอากลีบดอกบัวสีฟ้าอันงดงามกลีบนั้นแปะลง