ับความต้องการของท่านผู้ยิ่งใหญ่เลยนะขอรับ”
ดวงตาที่เหมือนหลุมดำคู่นั้นมองไปที่มู่เฉียนซีราวกับจะกลืนกินมู่เฉียนซีก็มิปาน
“ร่างและจิตวิญญาณของสาวน้อยผู้นี้น่าจะเหมาะกับที่ข้าตามหามานานหลายปี ดีกว่าพวกสวะไร้ประโยชน์ที่เจ้าหามาตั้งเยอะ”
ท่านผู้เฒ่าแห่งหุบเขากล่าว “ขอเพียงแค่ท่านผู้ยิ่งใหญ่พอใจก็ดีแล้ว!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าคิดจะใช้ประโยชน์จากร่างของข้า เจ้าฝันไปเถอะ!”
“สาวน้อย เจ้ารีบหนีไป!” จู่ ๆ ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น อันตรายเกินไปแล้ว อันตรายกว่าท่านผู้เฒ่าแห่งหุบเขาหมอเทวดามาก
คนผู้นั้นกล่าวเสียงขรึมว่า “หนีอย่างนั้นเหรอ!”
“พวกเจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะหนีรอดเหรอ?”
บรรยากาศรอบ ๆ คล้ายกับจะแข็งตัวก็มิปาน ไม่ว่าจวินโม่ซีจะพยายามขยับตัวมากแค่ไหนมันก็ยากเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนมู่เฉียนซีก็เช่นกัน!
ท่านผู้เฒ่าแห่งหุบเขาหมอเทวดายิ้มอย่างลำพองใจ “พวกเจ้าคิดอยากจะฆ่าข้า ฝันไปเถอะ! เจ้าเด็กตระกูลจวิน เจ้ารอความตายอย่างไร้ซากศพได้เลย ส่วนมู่เฉียนซี เจ้าก็รอถูกท่านผู้ยิ่งใหญ่กลืนกินเจ้าได้เลย……”
“กลืนกินอันใด?” น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกเสียงหนึ่งราวกับมาจากนรก และทำให้ทั่วทั้งหุบเขาหมอเทวดาดูเหมือนว่าจะก่อตัวเป็นน้ำแข็งก็มิปาน
แสงสีฟ้าได้แย้มบานออกมา เส้นทางแห่งมิติเส้นทางหนึ่งได้เปิดขึ้น
และเงาดำนั้นก็ส่งเสียงขึ้นว่า “องค์ชายจิ่วเยี่ย องค์ชายจิ่วเยี่ย……”
มันต้องการจะออกไปให้เร็วที่สุด ทว่า