น่งผู้นำแล้วไม่ใช่เหรอ” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวอย่างอ่อนโยน
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย นางคิดมาโดยตลอดว่าสุ่ยจิงอิ๋งนั้นเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนและใจดีผู้หนึ่ง
กลับนึกไม่ถึงว่านางแค่ไม่ลงมือ แต่พอลงมือเท่านั้นกลับทำให้กองกำลังใหญ่ร้อยสำนักของแดนใต้เกิดความวุ่นวายเช่นนี้
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “ซีเอ๋อร์ หากพวกเขาไม่ละโมบโลภมาก ก็ไม่มีทางเกิดการสูญเสียมากมายเช่นนี้ได้ ตอนนี้เป็นพวกเขาเองที่หาเรื่องใส่ตัว ซีเอ๋อร์ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิด!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่ได้รู้สึกผิด สุ่ยจิงอิ๋ง เจ้าก็ไม่ต้องกังวลไป”
อาถิงกล่าว “รู้สึกผิด ท่านพี่ นางผู้นี้ใจร้ายใจดำจะตาย ท่านเทียบนางไม่ได้หรอก หากนางรู้สึกผิดก็เป็นเรื่องแปลกแล้วล่ะ”
“นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า เจ้าสารเลว ทำให้ชื่อเสียงของข้าแปดเปื้อนต่อหน้าสุ่ยจิงอิ๋ง ตกลงใครคือผู้เป็นพันธสัญญากับเจ้ากันแน่?”
“นี่เจ้ายังไม่ยอมให้คนอื่นพูดความจริงอย่างนั้นเหรอ เจ้าผู้หญิงโง่”
“ข้าว่าเจ้ากำลังรนหาที่ตาย……”
“……”
ทางด้านนั้นกำลังแย่งชิงส่วนที่แตกออกของผู้พิทักษ์นิรันดร์กันอย่างบ้าคลั่ง ส่วนมู่เฉียนซีกลับทะเลาะกับอาถิง
“ท่านผู้ดูแล หัวหน้าหอกับท่านผู้นำกำลังทะเลาะกันเช่นนี้ พวกเราจะเข้าไปเกลี้ยกล่อมดีหรือไม่!”
เมื่อเห็นทั้งสองทะเลาะกันรุนแรงมากขึ้น พวกเขาต่างก็เป็นกังวล กลัวว่าวันพรุ่งหอหมอปีศาจจะปิดตัวลง
ถึงอย่างไรเสียคนหนึ่งก็เป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ อีกคนก็เป็นผู้กุ