ศาจซะ ดูสิว่าเขาจะยอมออกมาหรือไม่!” หัวหน้าหุบเขาซือคงกล่าว
ยืมมือผู้อื่นฆ่าคนของหอหมอปีศาจก็ไม่เลวเลย
ในตอนนี้เอง น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกก็ดังขึ้น “ซือคงเลี่ยว นี่เจ้าอยากตายใช่หรือไม่?”
เสียงนั้นราวกับทำให้อากาศในบริเวณรอบ ๆ พลันเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมา
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงขึ้นเมื่อพบว่าผู้ที่กล่าวออกมานั้นเป็นหญิงสาวผู้หนึ่ง ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นเปล่งประกายไปด้วยความเย็นยะเยือก ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
หัวหน้าหุบเขาซือคงกล่าว “สาวน้อย นี่เจ้าพูดกับข้าว่าอะไรนะ?”
เปลวไฟลุกโชนขึ้นภายในดวงตานั้นของมู่เฉียนซี “ข้าพูดว่า เจ้าอยากตายหรือไม่?”
“นี่เจ้ายังใช่คนของหุบเขาหมอเทวดาอยู่หรือไม่ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะช่วยคนนอกเช่นนี้ ที่ข้าทำไปก็หวังดีต่อทุกคนนะ” หัวหน้าหุบเขาซือคงกล่าว
“เจ้าตะกละ เอาหม้อพิษสามอสูรออกมา!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ได้!”
ตูม ปัง ปัง! หม้อยาสีดำสนิทหม้อหนึ่งตกลงมา มู่เฉียนซียืนอยู่ข้าง ๆ หม้อยานั้น และกล่าวว่า “คนของหุบเขาหมอเทวดา หากกล้าลงมือ ก็เตรียมตัวลงหม้อพิษสามอสูรให้มันหลอมได้เลย! นี่ไม่ใช่คำสั่งของข้า แต่ในเมื่อข้ามีหม้อพิษสามอสูรอยู่ เช่นนั้น คำพูดของข้า ก็คือคำพูดของท่านผู้เฒ่า”
“พวกเจ้า……”
สายตาของมู่เฉียนซีกวาดไปที่พวกเขาทีละคนอย่างเย็นชา “พวกเจ้า ไม่อยากเชื่อฟัง ก็ต้องเชื่อฟัง!”
ชิงอิ่งแสดงตัวเป็นหุ่นเชิดมาโดยตลอด ไม่ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น เขาก็