มู่เฉียนซีถามขึ้น “มีอะไรเหรอ?”
“นายท่านมิได้สังเกตหรือว่ากำแพงในห้องแห่งนี้มีอะไรแตกต่างออกไป?” หอฉงโหลวบนเมฆากล่าว
มู่เฉียนซีตะลึงงัน นางกล่าว “เมื่อฟังเจ้าพูดแล้ว ดูเหมือนว่ากำแพงแห่งนี้จะแตกต่างออกไปอยู่บ้าง”
หอฉงโหลวบนเมฆาหัวเราะและกล่าวว่า “แน่นอนว่ามันแตกต่างกัน เพราะว่ากำแพงแห่งนี้ล้วนแต่เป็นหินแห่งมิติน่ะสิ!”
“ทั้งผนังล้วนแต่เป็นหินแห่งมิติ เจ้าคิดที่จะทำอะไร?” มู่เฉียนซีถามขึ้น
“แน่นอนว่าจะต้องทุบมัน! นับจากนี้มันจะเป็นสิ่งล้ำค่าเพียงสิ่งเดียวที่ข้าจะต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้! สามารถเอาไปได้มากเท่าไรก็เอาไปให้มากเท่านั้น นายท่านท่านว่าเช่นไรเล่า?”
มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าว “สิ่งที่เจ้าพูดมานี้มิผิด”
มู่เฉียนซีได้บอกกับจวินโม่ซีในเรื่องนี้ เขาแสยะมุมปาก “สาวน้อย คงมิต้องเอาให้มันหมดเกลี้ยงไปเช่นนั้นกระมัง?”
“นั่นเป็นถึงหินแห่งมิติเชียว! หากมิใช่เพราะว่าในครั้งนี้พวกเราโชคดีได้พบกับมันเข้า หลังจากนี้ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถมาพบเจอมันเข้าได้อีก! ดังนั้นแล้วสามารถขนไปได้มาเท่าไรก็ขนไปให้มากเท่านั้น ตอนนี้เจ้าไปทุบมันเสีย” มู่เฉียนซีกล่าวพร้อมชี้ไปทางกำแพงเบื้องหน้า
“ทําไมต้องเป็นข้า?”
“เพราะเจ้าแข็งแกร่งกว่าข้า!”
“ลงมือเสียสิ! อย่าได้สิ้นเปลืองเวลา ข้ารู้สึกว่าที่แห่งนี้มันไม่ค่อยปกติเท่าไร” มู่เฉียนซีกล่าว
“ได้ ได้ ได้! เอาตามที่เจ้าว่า!” จวิน