ำให้ร่างขาดออกจากกันได้ จวินโม่ซีก็เข้าไปเป็นเพื่อนมู่เฉียนซีโดยมิได้โต้แย้งแม้แต่อย่างใด
“ตามรอยของข้ามา ต้องตามให้ติด ๆ” มู่เฉียนซีกล่าว
“ได้!”
“เจ้าไม่ตาย ข้าก็ยิ่งไม่ตาย! มิเช่นนั้นแล้วจะต้องอดกินของอร่อยไปมากน้อยเพียงใดกันเล่า!” จวินโม่ซีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ที่พวกเจ้าทำอยู่นี้คือรนหาที่ตาย!” หัวหน้าหุบเขาซือคงเห็นมู่เฉียนซีกับจวินโม่ซีจะไปเสี่ยงอันตราย เขาก็เบิกตากว้างโพลงแล้วกล่าวออกมา
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “ใช่แล้วหัวหน้าหุบเขา! พวกเราจะไปรนหาที่ตาย ท่านจะไปหรือไม่?”
“ข้านั้นไม่ไปทำเรื่องไร้สาระกับพวกเจ้าด้วยหรอก”
“เช่นนั้นก็น่าเสียดาย!” มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อย
พวกนางมีหม้อสามอสูรเป็นป้ายคำสั่งเอาไว้ปกป้องชีวิตได้ พวกนั้นจึงไม่อาจที่จะลงมือฆ่าพวกนางได้
ถ้าหากว่านางเข้าไปรนหาที่ตายเอง ท่านผู้เฒ่าเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะกล่าวโทษเขามิใช่หรือ?
หลังจากที่มู่เฉียนซีและจวินโม่ซีได้เข้าไปแล้ว ทั้งมิติก็ได้เกิดการบิดตัวอีกครั้ง จากนั้นก็ได้บิดตัด…..
แต่ทว่าพลังนั้นกลับเพียงแค่ฟาดฟันผ่านที่ข้างกายของมู่เฉียนซีกับจวินโม่ซีเท่านั้น มันมิได้ทำอันตรายแก่พวกเขาเลยแม้แต่ขนเพียงเส้นเดียว
หัวหน้าหุบเขาซือคงเองก็ตะลึงค้าง เมื่อไรกันที่มิติแห่งนี้จะเลิกทำลายชีวิตคนได้ มันช่างชั่วร้ายนัก!
แต่มู่เฉียนซีและจวินโม่ซีสามารถเข้าไปได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน จากนั้นก็ได้เก็บกวาดหินแห่งมิติจำ