เจอกันนานแล้ว!”
“ไม่ได้เจอกัน……นานแล้ว!” ในขณะที่กล่าวนั้น ชิงอิ่งก็ได้จ้องมองมู่เฉียนซีอย่างแน่วแน่
“เช่นนั้น ต่อไปนี้เฉียนก็อย่าให้ข้าแยกจากเฉียนอีกเลย” ดวงตาดำขลับคู่นั้นดูเหมือนจะมีร่องรอยของความปวดใจอยู่
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ชิงอิ่ง เจ้าเป็นอะไรไป?”
ชิงอิ่งมองไปที่มู่เฉียนซีอย่างลึกซึ้ง และกล่าวว่า “เฉียนไม่ได้อยู่ในสายตาของข้า มันไม่ดีเลย ข้าเป็นหุ่นเชิดของเจ้า เจ้าจะต้องอยู่ในสายตาข้า ข้าถึงจะปกป้องเจ้าได้ หากอยู่ห่างไกลเจ้า แล้วข้าจะมีประโยชน์อันใด”
ก็แค่แยกจากมู่เฉียนซีแค่ช่วงหนึ่ง อยู่ร่วมกันกับคนอื่นแค่ช่วงเวลาเดียวเท่านั้น
ในใจของเขาราวกับว่ามีอะไรอยู่ในใจมากมาย
มู่เฉียนซีกล่าว “ใครบอกว่าเจ้าเป็นหุ่นเชิดของข้า?”
“ข้ารู้ ข้าใช่!” เขาไม่ใช่คนที่ไม่รู้อะไรเลยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
“ก็ข้าบอกแล้วว่าไม่ใช่ เจ้าเป็นสหายของข้า เป็นคู่หูของข้า ไม่ได้แตกต่างไปจากมนุษย์เลย อีกอย่างเจ้าก็ไม่ได้ถูกควบคุม เจ้าแค่ถนัดในเรื่องการต่อสู้เท่านั้น”
“ได้เป็นสหายของเฉียน เป็นคู่หูของเฉียน ก็ต้องแยกจากเฉียน ข้ายอมเป็นหุ่นเชิดของเฉียน!”
เขาเข้าใจ ก็เหมือนจวินโม่ซีที่ถูกบังคับให้แยกจากเฉียนอย่างจนปัญญา
ไหนจะโม่จิ่น เพื่อหน้าที่การงานจึงต้องแยกจากเฉียน และยังมีคนอื่น ๆ……
มู่เฉียนซีกล่าว “ชิงอิ่งไม่ใช่หุ่นเชิด บนโลกใบนี้ไม่มีหุ่นเชิดใดที่มีหัวใจ!”
“หากไม่สามารถอยู่ข้างกายเฉียนได้ เช่นนั้น ข้าก็ยอมควั