มู่เฉียนซีและพรรคพวกกลายเป็นศิษย์คนสนิทของผู้เฒ่าหุบเขาหมอเทวดา หัวหน้าหุบเขาซือคงจึงจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำกลางแจ้งขึ้นภายในหุบเขา
มู่เฉียนซีและจวินโม่ซีเป็นหนึ่งในสิบตัวเอกที่ได้รับเชิญจากหัวหน้าหุบเขาซือคง
ในการทดสอบครั้งนี้ พวกเขาทําผลงานได้ดีที่สุด แน่นอนว่าพวกเขาต้องได้รับความสนใจจากผู้คนไปไม่น้อย
เป็นผลให้กลุ่มคนที่ล้อมรอบอยากจะขอดื่มกับพวกเขา
จวินโม่ซีเป็นจอมตะกละ แต่เขาไม่ได้ขี้เหล้า นอกจากนั้นสุราชั้นดีของหุบเขาหมอเทวดาก็ไม่ได้อร่อยไปกว่าสุราผลไม้ของสาวน้อยเลย ซึ่งเขารังเกียจมันอย่างมาก
แต่ในฐานะชายคนหนึ่ง เขากลับต้องคอยยืนกีดกันการขอดื่มสุราอยู่ข้าง ๆ มู่เฉียนซี
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะมีวิธีไม่ให้ตัวเองเมา แต่ก็ไม่อยากดื่ม…
เพราะมันทําให้นางนึกถึงเรื่องน่าอายบางอย่างที่เกิดขึ้นจากการดื่มสุรา
แม้ว่าซือคงชัวจะฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว แต่ใบหน้าของเขายังคงซีดเผือด
เขากล่าวว่า “ศิษย์น้อง หากเจ้าไม่ดื่มสุรา เจ้าอยากลองดื่มชาสมุนไพรนี้หรือไม่”
“ใบชานี้มาจากต้นชาสมุนไพรพันปี ในหนึ่งปีสามารถผลิตได้แค่ครึ่งกิโลกรัมเท่านั้นเอง มันมีค่ามาก”
จวินโม่ซีที่คอยไปกีดกันการดื่มสุรา ในที่สุดซือคงชัวก็หาโอกาสมาประจบสอพลอมู่เฉียนซีได้
ดวงตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นชา มาเอาอกเอาใจนางเช่นนี้ย่อมมีเจตนาไม่ดีเป็นแน่!
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ลองดูก็ได้!”
แต่เมื่อนางได้กลิ่นหอมจากชาสมุนไพรนั่น นางก็ไม่ได้ดื่