ก ๆ น้อย ๆ ก็มิได้เป็นการทำเกินไป!”
มู่เฉียนซีกวัดแกว่งกระบี่เล่มที่สนิมเขรอะชี้ไปทางช่างกวนเซียงแล้วกล่าว “เจ้าได้รับบาดเจ็บไม่เบา จะยอมแพ้หรือจะสู้ต่อ!”
“ข้า….ข้า….”
นางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าว “ข้ายอม…..”
ยังไม่ทันที่คำว่าแพ้จะถูกกล่าวออกมา นางก็ได้พ่นเข็มพิษที่มีสีดำสนิทเข็มหนึ่งออกมา!
“ศิษย์น้องเฟิง ระวัง! อาวุธลับ!”
“ศิษย์น้อง…”
เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่ผันเปลี่ยนเช่นนี้ คนอื่น ๆ และซือคงชัวต่างรีบร้องตะโกนขึ้น
แต่ทว่าจวินโม่ซีก็ยังคงทำตัวนิ่งไม่ไหวติงเหมือนดั่งขุนเขาอยู่เช่นเดิม มาเล่นอาวุธลับต่อหน้าสาวน้อยนั่น มิใช่ว่ารนหาที่ตายหรอกหรือ?
เมื่อปลายนิ้วของมู่เฉียนซีขยับ เข็มสีเงินเข็มหนึ่งก็ได้พุ่งออกไป!
ปัก!
เข็มสีเงินนั้นที่มู่เฉียนซีดีดออกไปกลับโดนเข้าที่เข็มพิษนั้นอย่างแม่นยำ จากนั้นเข็มพิษนั้นก็ได้หมุนกลับไปถึงตรงหน้าของช่างกวนเซียง!
“อ๊าก!” เข็มยาทั้งสองได้ทิ่มเข้าไปที่ด้านข้างมุมปากของช่างกวนเซียง นางร้องด้วยความเจ็บปวดจนใบหน้าทั้งใบบูดเบี้ยว
“เจ้า…เจ้า…” ช่างกวนเซียงเบิกตากว้างโพลงมองมู่เฉียนซี
การต่อสู้ซึ่ง ๆ หน้าถึงแม้ว่าจะได้ใช้เคล็ดวิชาลับก็มิอาจที่จะสู้กับนางได้ ถึงแม้ว่าจะใช้อาวุธลับก็แล้ว ก็ยังถูกนางโจมตีสวนกลับอย่างขั้นที่ถึงแก่ชีวิตได้อย่างสบาย ๆ
คนเช่นนี้ราวกับว่าไม่มีจุดอ่อนเลยแม้แต่น้อย ช่างน่ากลัวเสียจริง
ปัง! ช่างกวนเซียงล้มลงบนพื้น
ผู้อาวุโสผู้ที่มีหน