อู๋ตี้หรี่ตายิ้มอย่างอันตราย และกล่าวว่า “เจ้าแน่ใจแล้วเหรอว่าจะตั้งตนเป็นศัตรูกับข้า?”
พลังการกดดันอันน่าสะพรึงกลัวพัดกระโชกมา
นั่นไม่ใช่พลังการกดดันของระดับขั้น แต่เป็นการพลังการกดดันมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ
ร่างอันใหญ่มหึมาของสัตว์อสูรมรกตตนนั้นอดไม่ที่จะสั่นกลัว
พลู! เปลวไฟอันแดงฉานพุ่งออกมาตบไปทั่วทุกสารทิศ
เสี่วหงกล่าว “ในเมื่ออยากจะต่อสู้ พวกข้าก็ยินดีที่จะตอบสนอง เจ้าแมวโง่นี่ได้เลื่อนขั้นแล้ว ข้ารู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากเลยล่ะ ข้าไม่มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ให้ประมือทำให้ข้าเลื่อนขั้นอยู่พอดี เจ้ามาสู้กับข้าเถอะนะ”
เห็นได้ชัดว่าเป็นอุณหภูมิที่แผดเผา แต่กลับทำให้สัตว์อสูรหนาวสั่นสะท้านได้
“นี่พวกเจ้า…พวกเจ้า…”
มันไม่รู้แน่ชัดว่าเจ้าสองตัวที่อยู่ตรงหน้าจะประหลาดได้เพียงใด
แต่ลางบอกเหตุของมันบอกกับมันว่าเจ้าสองตัวนี้ไม่อาจไปยั่วยุได้เด็ดขาด…
สัตว์อสูรมรกตกล่าว “ไขกระดูกราชาหยกมรกตนี้ข้า…เอ่อ ข้าน้อย ข้าน้อยมอบให้ท่านทั้งสอง ข้าน้อยต้อง ขะ ขะ ขอตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บก่อน!”
มันเป็นถึงราชาแห่งป่าฉงอวี่ นึกไม่ถึงว่าแทนตัวเองกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับเดียวกันตัวหนึ่งและสัตว์ระดับต่ำกว่ามันว่าข้าน้อย…
ช่างเสียชื่อที่เป็นถึงสัตว์ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ! ฮือ ฮือ ฮือ!
แต่ก็ไร้ซึ่งหนทางแล้ว เพราะมันหวาดกลัวจริง ๆ หนิ!
อู๋ตี้ยิ้มพลางกล่าว “เจ้าร่างใหญ่มหึมาผู้นี้ ช่างขี้ขลาดตาขาวเสียจริงเลย”
เส