นั้นยาเฟิงหลิงเพียงเม็ดเดียว นางจึงสามารถปรุงออกมาได้สำเร็จในคราวเดียว โดยไม่ล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว
หลังจากปรุงยาเสร็จ จินเลี่ยฮั่วก็มองไปที่มู่เฉียนซีอย่างภาคภูมิใจ “จนถึงตอนนี้เจ้าก็ยังไม่ได้ปรุงยา เจ้าคิดจะยอมแพ้หรอกหรือ?”
มู่เฉียนซีส่ายหน้า “เปล่า นี่ไม่ใช่ว่าข้าจะเริ่มแล้วหรอกรึ?”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็เมินเฉยต่อจินเลี่ยฮั่วและเริ่มปรุงยา ทุกคนต่างก็ตะลึงงันเช่นกัน “ยังเหลือเวลาอีกตั้งมาก นางจะสามารถปรุงยาได้สำเร็จหรือไม่?”
“เลี่ยฮั่วปรุงยาเสร็จนางเพิ่งจะเริ่มปรุงยา ไม่ใช่ว่าเพื่อจะขโมยวิชาหรอกหรือ!”
“……”
เลี่ยฮั่วมอบเม็ดยาให้กับหัวหน้านักปรุงยา หัวหน้านักปรุงยาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ยาเฟิงหลิงที่สาวน้อยเลี่ยฮั่วปรุงออกมาได้นั้นคุณภาพไม่เลวเลย ดูเหมือนว่าเจ้าจะพยายามอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา”
เมื่อได้รับคำชมเชยจากหัวหน้านักปรุงยา จินเลี่ยฮั่วก็เต็มไปด้วยความภูมิใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ นางกล่าวขึ้นว่า “หัวหน้านักปรุงยาบอกว่าข้าปรุงยาได้ดีมาก แม้ว่าเจ้าจะปรุงยาเฟิงหลิงออกมาได้แต่เจ้าก็ไม่สามารถเทียบกับข้าได้อยู่ดี ข้าว่าเจ้าควรยอมแพ้แต่โดยเร็ว”
แต่มู่เฉียนซีกลับทำราวกับว่าไม่ได้ยิน นางยังคงปรุงยาต่อไปโดยไม่สะทกสะท้าน นี่จึงทําให้จินเลี่ยฮั่วโกรธมาก
ไม่นานยาเม็ดของมู่เฉียนซีก็ปรุงออกมาได้สำเร็จแล้ว
นางส่งยาให้กับหัวหน้านักปรุงยาและกล่าวว่า “โปรดตรวจสอบ!”
หัวหน้านักปรุงยาดูเม็ด