“เช่นนั้นเจ้าว่าควรต้องใช้ผู้หลอมอาวุธแบบไหนกันถึงจะสามารถสร้างกระบี่มังกรเพลิงที่สมบูรณ์แบบได้” มู่เฉียนซีถาม
“มีผู้หลอมอาวุธเช่นนี้อยู่ผู้หนึ่ง แต่เจ้ากลับไม่สามารถทำให้เขาสร้างมันขึ้นมาได้”
“ใคร?”
อาถิงตอบกลับสี่คํา “วิญญาณพิฆาต!”
มู่เฉียนซีโบกมือพลางกล่าวว่า “ไม่มีทาง! ข้านึกว่าเขาจะเป็นเพียงคนฆ่าสัตว์ผู้หนึ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยังเป็นนักหลอมอาวุธผู้หนึ่งอีกด้วย”
“เจ้ากลัวจริงๆหรือ? ไม่อยากได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ที่สมบูรณ์แบบแล้วรึ”อาถิงถาม
“ไม่ใช่เจ้าที่ข่มขู่ข้าหรอกรึ? บอกเองว่าวิญญาณพิฆาตน่ากลัวมากแค่ไหน ขอให้ข้าอย่าไปยุ่งกับเขา ให้หาตัวกระบี่มารวมให้กระบี่สามารถใช้ได้ก็พอแล้ว”
“นั่นมันเมื่อก่อน จากนี้ไม่ว่าตัวกระบี่จะเป็นฝ่ายเริ่มยอมรับนายใหม่ก่อนหรือไม่ก็ตาม ข้าได้คิดแผนการเอาไว้แผนหนึ่งแล้ว”
“แผนการอะไร?” มู่เฉียนซีถาม
“หนามยอกต้องเอาหนามบ่งกระมัง!”
“หนามยอกต้องเอาหนามบ่งอะไร?” “จิ่วเยี่ยนั้นเป็นผู้ที่โหดเหี้ยมเหมือนกับวิญญาณพิฆาต เมื่อถึงตอนที่วิญญาณพิฆาตมาถึง เจ้าปล่อยให้ทั้งสองคนนั่นกัดกันเหมือนหมา จากนั้นก็จะบาดเจ็บอย่างหนักกันทั้งสองฝ่าย นั่นไม่ดีกว่ารึ! เจ้าเองก็สามารถที่จะได้ลวิญญาณพิฆาตมา ส่วนหวงจิ่วเยี่ยนั้น ก็โอกาสในตอนที่เขาบาดเจ็บอย่างหนัก เจ้าอยากจะคิดบัญชีกับเขาเช่นไรก็สามารถทำได้นี่”
อาถิงรู้สึกว่านี่เป็นแผนการที่สมบูรณ์แบบอย่างที่สุด
ถึงอย่างไรเ