จะต้องอยากร้องไห้ออกมาอย่างแน่นอน ใครกันที่ได้ละทิ้งเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างไปเก็บตัวเพื่อสะกดคำสาป แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าควบคุมมันไม่อยู่
สวรรค์มองดูการโกหกตาใสเช่นนี้ได้ช่างดีเสียจริง
มู่เฉียนซีได้ใช้พลังวิญญาณตรวจดูร่างกายของจิ่วเยี่ย นางกล่าวขึ้น “ไม่มีนี่! ตอนนี้คำสาปยังถือว่าสงบนิ่งอยู่ เจ้าอย่าได้คิดที่จะหลอกข้า!”
จิ่วเยี่ยกอดตัวมู่เฉียนซีเอาไว้แล้วกล่าว “ต้องขอบคุณที่เมื่อคืนนี้ซีทำงานอย่างหนัก”
มู่เฉียนซีได้ผลักจิ่วเยี่ยออกไป “เจ้า….เจ้ายังกล้ามาพูดอีก!”
มู่เฉียนซีพบว่ามหันตภัยอันยิ่งใหญ่นั้นมิใช่การพัวพันของจิ่วเยี่ย หากแต่เป็นตอนที่หลังจากอารองของตนได้ตื่นขึ้นมา และได้เผชิญหน้ากับจิ่วเยี่ย
อารองมิใช่ท่านอาน้อยที่อ่อนโยนดั่งหยก ที่สามารถอดทนอดกลั้นต่อทุกสิ่งอย่างได้
เขาเป็นผู้ที่อารมณ์ร้อนและพาล ทันทีที่เจอผู้ชายเข้าใกล้หลานสาวของตน เช่นนั้นเขาก็จะเหมือนกับภูเขาไฟที่ระเบิดออกมาก็มิปาน
ดวงตาทั้งสี่ข้างได้จ้องมองกัน แสงเพลิงนั้นกระจายไปทั่วทั้งสี่ทิศ จนแทบกระจายไปทั่วทั้งเมืองเหลยเฉิง
หลิงกล่าวขึ้น “ราชาจิ่วเยี่ย ที่ช่วยเหลือกันในครั้งนี้ข้าขอขอบคุณเป็นอย่างมาก แต่การในคุกโลหิตของท่านยิ่งใหญ่นัก อย่างไรก็รีบกลับไปเสียเถอะ! โลกทั้งสี่ทิศนี้คงไม่สามารถรองรับผู้ยิ่งใหญ่เช่นท่านได้”
ยังไม่ทันที่จะได้สะสางเจ้ามู่ซีนั่น ก็ได้มีเฟิงอวิ๋นซิวโผล่ออกมาอีกคนหนึ่ง และในตอนนี้แม้แต่ราชาจิ่ว