มู่เฉียนซีตกใจนิ่งอึ้งไปก่อนจะกล่าวถามว่า “จิ่วเยี่ย เจ้ามองข้าทำไม ?”
มุมปากของจิ่วเยี่ยยกยิ้มขึ้นอย่างสุขใจ “ซีเป็นคนเอ่ยปากขอให้ข้าจัดการ นั่นก็หมายความว่าข้านั้นได้กลายเป็นที่พึ่งของซีแล้วใช่หรือไม่”
“และซี ก็จะกลายเป็นผู้หญิงของข้าอย่างแท้จริง”
“ข้า……อือ……” ไม่ว่าคำต่อไปมู่เฉียนซีจะกล่าวสิ่งใด แต่จิ่วเยี่ยก็ใช้ปากปิดปากนางไปทันที
“สาวน้อย ได้ข่าวมาแล้ว นี่พวกเจ้า เออะ เอ่อ……”
ทันทีที่อาจารย์ใหญ่เหลยได้ข่าวก็รีบพรวดมาทันที และได้เห็นมู่เฉียนซีกำลังถูกชายผู้รูปงามผู้หนึ่งจูบอยู่ หนุ่มสาวคู่นี้เปิดกว้างเกินไปแล้ว!
แล้วก็……
สาวน้อยมีเจ้าของแล้ว เช่นนั้นหลานชายผู้โง่เขลาผู้นั้นของเขาก็ไร้ความหวังแล้วน่ะสิ
มู่เฉียนซีผลักจิ่วเยี่ยออก ใบหน้ายังคงร้อนผ่าวอยู่ แต่กลับกล่าวกับอาจารย์ใหญ่อย่างไม่สะทกสะท้านว่า “ท่านมีข่าวอันใดเหรอ ?”
“คนที่เจ้ากำลังตามหา ดูเหมือนว่าจะอยู่ที่ป่าเทียนเหลย ผู้ทีมาส่งข่าวบอกข้าว่าที่นั่นได้มีการต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหก”
“จิ่วเยี่ย พวกเรารีบไปกันเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างรีบร้อนใจ
อาจารย์ใหญ่รู้สึกได้ถึงสายลมพัดกระโชกผ่านหน้า จากนั้นทั้งสองก็ได้อันตรธานหายไป
เขาตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น “พลังของชายผู้นั้นช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!”
ณ ป่าเทียนเหลย ในเวลานี้หลิงถูกคนของตำหนักเป่ยหานไล่ฆ่า
ไม่ได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มา แต่อย่างน้อยก็จับคนทร