ม่ทันเอาเสียแล้ว”
รอจนเมื่อกระทั่งสนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งได้แตกสลายเป็นเสี่ยงๆไปแล้ว พวกเขาจึงได้บีบหยกส่งตัวระยะไกล
หลิงกล่าวด้วยเสียงต่ำ “ซีเอ๋อร์ เจ้าอย่าเป็นอะไรเด็ดขาด”
แม้ว่ารอยแยกของมิติจะน่ากลัว แต่ในตอนนี้ได้มีแสงอันเบาบางแสงหนึ่งห่อหุ้มตัวนางเอาไว้
หญิงสาวที่อ่อนโยนผู้มีผมและดวงตาเป็นสีฟ้าได้ดึงมือของนางที่อยู่ในมิติที่แตกสลายนี้เอาไว้ นางเดินทางอยู่ในนั้นอย่างเบาสบายเหมือนดั่งลูกปลาแหวกว่ายอยู่ในสายชล
พายุที่บังเกิดขึ้นในมิติแห่งนี้มิอาจที่จะทำอันตรายใดต่อนางได้เลยแม้แต่น้อย
เงาร่างสีเขียวเงาหนึ่งร่วงลงมาจากด้านบน มู่เฉียนซีตะลึงงัน “เจ้าโง่ชิงอิ่งกลับกล้าตามลงมา”
แต่ทว่าเขานั้นไม่มีหยกส่งตัวระยะไกล ถึงต่อให้ไม่ตามลงมาก็มิอาจที่จะทำอะไรได้
มือข้างหนึ่งของสุ่ยจิงอิ๋งได้ไปแตะบนตัวของชิงอิ่ง “เขาตกลงมาในมิติที่แตกสลาย แต่ร่างกายกลับไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว ร่างกายนี้แข็งแกร่งจนถึงขั้นที่พายุในมิติมิอาจจะทำอันตรายใดกับเขาได้ เขาเป็นใครกันแน่?”
แคว่ก!
ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่เป็นอะไร แต่เสื้อผ้าทั้งตัวและหน้ากากของชิงอิ่งได้หายไปในทันใด
ผมสีดำของเขานั้นปลิวไสว ใบหน้าที่งดงามเหมือนดั่งภาพวาดนั้นได้ถูกเปิดออกมา สุ่ยจิงอิ๋งได้ยื่นมือออกมาปิดตาของมู่เฉียนซีเอาไว้
“ซีเอ๋อร์เป็นสาวน้อยผู้หนึ่ง มิควรที่จะเห็นภาพเช่นนี้
จากนั้นนางก็ได้กล่าวเสริมขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง “ไม่ว่าจะง