ลบหลีก
แต่การหลบหลีกในครั้งนี้ทำให้มู่เฉียนซีได้ตกเข้าไปในรอยแตกของมิติ
หลิงคิดที่จะกระโดดลงไปแต่ก็พลันมีเงาร่างสีเขียวเงาหนึ่งปรากฏตัวขึ้นและได้กดไหล่ของเขาเอาไว้พร้อมกล่าวขึ้น “เฉียน จะไม่เป็นอะไร!”
“ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เช่นนั้นซีก็จะเป็นอะไรไปจริงๆเสีย”
เมื่อว่าจบชิงอิ่งก็ได้กระโดดลงไปทันที
เฟิงอวิ๋นซิวสีหน้าซีดเผือดขึ้นมา “เฉียนซี!”
ซวนอีได้ดึงตัวนายน้อยของตนเอาไว้อย่างรีบร้อน “นายน้อย กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์!”
“เจ้าอย่าเป็นอะไรนะ!”
เขานั้นเตรียมที่จะโยนกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ให้นาง แต่ถ้าหากว่าโยนลงไปจริงๆ ความพยายามที่พยายามกันมาหลายปีนั้นก็จะสูญเปล่า
เขามองไปที่รอยแตกของมิติที่ลึกเป็นหุบเหว ก็พลันรู้สึกเจ็บที่ขั้วหัวใจ
อวี้จียิ้มแล้วกล่าวขึ้น “หลิง ทำไมเจ้าถึงไม่ไปเสียสละความตายเพื่อความรักเล่า! เจ้าดูสิ องครักษ์นั่นของสาวน้อยได้กระโดดลงไปแล้ว เจ้าชอบนางมากขนาดนั้นก็กระโดดลงไปเสียสิ้นเรื่อง”
หลิงพุ่งไปทางอวี้จี “เจ้ามันรนหาที่ตาย!”
พวกเขาได้รีบบีบหยกส่งตัวระยะไกลให้แตก นางกล่าว “หลิง เจ้าคิดที่จะฆ่าข้าเจ้าฝันไปเถอะ! รอให้ข้ากลับไปถึงตำหนักเป่ยหาน เจ้ารอที่จะถูกผู้อาวุโสและเจ้าตำหนักจัดการเถอะ!”
หลังจากที่อวี้จีได้จากไปแล้ว หลิงก็ยังคงมิได้บีบหยกส่งตัวระยะไกลให้แตก
เฟิงอวิ๋นซิวเองก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยอาการงงงวย ซวนอีกล่าวขึ้น “นายน้อย รีบไป! หากว่ายังไม่ไปอีกจะไ