เมื่อพลังนั้นหายไป ท่ามกลางไฟที่ลุกโชนพวกเขาเห็นกองกระดูกสีขาวที่กองเป็นเนินภูเขาอยู่เบื้องหน้าพวกเขา
กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อยู่ที่นั่น
หลิงและเฟิงอวิ๋นซิวเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไป จากนั้นทั้งสองคนก็ถูกกำหนดให้เข่นฆ่ากันอย่างเป็นตาย จากนั้นผู้ชนะจะได้คว้ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไป
เงาร่างสีแดงสดพุ่งเข้ามาพร้อมเปลวเพลิงที่พลิ้วไหว อวี้จีกล่าวว่า “สาวน้อย ในที่สุดข้าก็จับเจ้าได้ วันนี้ข้าจะเผาหน้าเจ้าให้ได้”
ชิงอิ่งดึงมู่เฉียนซีหลบเปลวเพลิงของนาง พรู่! และเสื้อผ้าของเขาก็ได้ถูกเผาด้วยเปลวเพลิงของอวี้จี
“ครั้งนี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าเด็กนี่มาขวางทางเด็ดขาด!” อวี้จีมองไปที่ชิงอิ่งด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
การที่จะจัดการกับมู่เฉียนซีนั้นง่ายมาก แต่ทุกครั้งก็มักจะมีชายชุดเขียวผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นมาขัดขวาง
หลิงต่อสู้กับเฟิงอวิ๋นซิว แต่คนของอวี้จีกลับมาล้อมมู่เฉียนซีไว้
“บ้าเอ๊ย!” ในเวลานี้หลิงไม่สนใจที่จะแย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์แล้ว ความปลอดภัยของซีเอ๋อร์ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
สีหน้าของหลิงเย็นชาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เขามองไปที่อวี้จีและกล่าวว่า “อวี้จี เจ้าลงมือโดยพลการ เจ้านี่มันรนหาที่ตายแท้ๆ!”
กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งออกไป เลือดสดๆไหลรินออกมา คนเหล่านั้นก็ล้มลงไปทีละคน
ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายนี่มันเรื่องอะไรกัน? แม้แต่ตัวเขาเองก็ถูกฆ่า
อวี้จีเบิกตากว้าง “หลิง นี่เจ้าหมายความว่ายัง