ไงกันแน่? เจ้ากลับฆ่าคนของเจ้า เจ้า…”
“ผู้อาวุโสสูงสุดและหัวหน้าตำหนักจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ เจ้ากล้าที่จะทรยศตำหนักเป่ยหาน!”
อวี้จีคิดว่าหลิงถูกตำหนักตงจี๋ซื้อตัวไปแล้วแน่ แต่นางไม่คิดเลยว่าหลิงจะฆ่านางเพียงเพื่อปกป้องมู่เฉียนซีเท่านั้น
ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่นางไม่ควรมายุ่งกับมู่เฉียนซี
“ผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้าย เจ้า…”
คนอื่นๆก็ยืนอยู่ข้างอวี้จีเช่นกัน
มู่เฉียนซีรู้สึกจนปัญญา ทำไมอารองถึงไม่อดทนไว้!
บึ้ม! ในเวลานี้ เฟิงอวิ๋นซิวได้ดึงกระบี่ยาวที่ปล่อยเปลวเพลิงเล่มนั้นออกมาจากในกองกระดูกนั่น
นี่ไม่ใช่เพียงตัวกระบี่อย่างเดียวอย่างที่มู่เฉียนซีได้คิดไว้ แต่นี่กลับเป็นกระบี่ที่สมบูรณ์เล่มหนึ่ง!
อาถิงกล่าวว่า “กระบี่เล่มนี้เป็นธาตุไฟและมีกลิ่นอายของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ แต่กลับไม่ใช่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์”
“แค่มีกลิ่นอายเล็กน้อยก็จำผิดแล้ว ปลายกระบี่นั่นไม่น่าเชื่อถือเสียจริงๆ!”
มันไม่ใช่กระบี่มังกรเพลิง เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องแย่งชิงมันแล้ว!
เฟิงอวิ๋นซิวก็ไม่เข้าใจ ตำหนักเป่ยหานเกิดความโกลาหลขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทำให้เขาสามารถคว้ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้สำเร็จ
มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย ในที่สุดก็หามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ให้นางได้แล้ว นางคงจะต้องดีใจมากเป็นแน่!
สายตาของเขาจับจ้องไปที่มู่เฉียนซี เขาทําได้เพียงขอโทษเฉียนซีเท่านั้น มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เป็นสิ่งที่นางอยากตา