“ใช่ มันเป็นเช่นนั้น เจ้าบีบบังคับข้าก็ไม่มีประโยชน์ ที่ข้าทำได้ก็มีเพียงเท่านี้แหละ” ชายชุดคลุมขาวกล่าว
“สนามรบแห่งที่หนึ่งกับสนามรบแห่งที่เจ็ด จะเลือกที่แห่งใด?” มู่เฉียนซีมองไปทางพวกเขาแล้วถามขึ้น
อวี้จีตอบ “ทำไมถึงเป็นแห่งที่หนึ่งกับแห่งที่เจ็ด เห็นกันอยู่ว่ายังมีแห่งที่สี่อยู่อีกแห่งหนึ่ง ทำไมถึงไม่ไป?”
“สนามรบโบราณแห่งที่สี่ไม่มีอยู่ ถ้าหากไม่เชื่อละก็ เจ้าจงไสหัวออกไปจากที่นี่ในตอนนี้เสีย แล้วไปด้วยตนเอง!”
รอยบวมแดงบนหน้าของตนนั้นยังไม่ทันได้หายไป เด็กสาวผู้นี้กลับกล้ามาทำตัวโอหังต่อหน้าตนเช่นนี้ นั่นทำให้อวี้จีโกรธเกรี้ยวขึ้นมาโดยพลัน
“สาวน้อย เจ้าอย่าได้คิดว่ามีเฟิงอวิ๋นซิวปกป้องเจ้าอยู่แล้วเจ้าจะสามารถไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่เช่นนี้ได้” อวี้จีตะโกนออกมาด้วยความโกรธ
“ข้ามิได้กำลังถามความคิดเห็นจากเจ้า แต่เป็นความคิดเห็นของพวกเขา เจ้ามิใช่ผู้กำหนดแผนการของตำหนักเป่ยหาน”
“สนามรบแห่งที่หนึ่ง!”
“สนามรบแห่งที่หนึ่ง!”
หลิงและเฟิงอวิ๋นซิวต่างกล่าวออกมาจากคนละปากแต่เป็นเสียงเดียวกัน
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงเลือกสนามรบแห่งที่หนึ่ง ก็เพราะว่าสนามรบแห่งที่หนึ่งนั้นเคยเป็นใจกลางของสนามรบโบราณ พื้นที่ขอบเขตของมันนั้นกว้างใหญ่ที่สุด มีความเป็นไปได้มากที่สุดว่ากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จะอยู่ในที่แห่งนี้
มู่เฉียนซีกล่าว “บังเอิญพอดีว่าสิ่งที่ข้าเลือกนั้นก็เป็นสนามรบแห่งที่หนึ่งเช่นกัน”