จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าสนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งนั้นอยู่ที่ใด
แต่ตอนนี้สามารถขึ้นเกวียนผ่านทางไปสนามรบแห่งที่หนึ่งได้ แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว สามารถประหยัดแรงและเวลาที่จะต้องไปพลิกแผ่นดินทั้งทวีปเหลยโจวค้นหาว่ามันอยู่ที่ใดได้
ถึงแม้ว่าอวี้จีจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่หลิงได้เอ่ยปากไปแล้ว นางเองก็ไม่มีสิทธิ์อำนาจใดจะไปคัดค้าน
มู่เฉียนซีกล่าว “ความเห็นเป็นหนึ่งเดียวกัน เจ้าสามารถส่งพวกเราไปยังสนามรบโบราณแห่งที่หนึ่งได้หรือไม่?”
ชายชุดขาวรู้สึกหงุดหงิด “ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าสาวน้อยผู้นี้เป็นผู้ที่สวรรค์ส่งมาเพื่อปราบข้ากันนะ มีเจ้าอยู่พวกเจ้าจึงไม่สู้กันเองขึ้นมา ช่างโชคร้ายเสียจริงเชียว”
ชายชุดขาวหลบเข้าไปในลูกมิติ มือของมู่เฉียนซีได้ลูบลงไปที่ลูกมิตินั้น
“เจ้าอยู่มาจนอายุปูนนี้แล้ว ยังคิดที่จะเบี้ยวหนี้อีก เจ้าละอายหรือไม่?”
หลิงกับเฟิงอวิ๋นซิวเองก็ตะลึงค้าง เห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าเศษซากวิญญาณนี่คิดที่จะเบี้ยว!
“หึ! ข้าหลบอยู่ในลูกมิติ ในลูกมิตินี้เป็นมิติอีกแห่งหนึ่งอย่างสิ้นเชิง ด้วยความสามารถเพียงน้อยนิดของเจ้าไม่สามารถที่จะรับมือข้าได้หรอก”
ชายชุดคลุมขาวนั่นคิดที่จะทำตัวเป็นเต่าหดหัวไปในทันที
ถ้าหากว่าพบเจอเข้ากับคู่ต่อสู้ที่มีชีวิตตัวเป็นๆ พวกเขานั้นสามารถที่จะรับมือได้ แต่ทว่าการรับมือกับเศษซากวิญญาณที่มีพลังแห่งมิติ หลิงกับเฟิงอวิ๋นซิวล้วนแต่อับจนสิ้นหนทาง