า ก็มีเพียงความตายเท่านั้น!” หลิงกล่าวอย่างเย็นชา
“เจ้าอยากตายหรือ?” สายตาที่ไร้ความปรานีจับจ้องไปที่อวี้จี ทำให้อวี้จีรู้สึกหนาวสั่น
หลิงแข็งแกร่งและเอาแต่ใจอย่างไร้เหตุผล ตอนนี้นางถูกเขาซัดจนฟันหักและทำได้เพียงกล้ำกลืนมันลงไป
นางไม่พอใจ! นางจ้องมู่เฉียนซีอย่างโหดเหี้ยมแล้วกล่าวว่า “หลิง เจ้าคงไม่ได้ชอบสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักตงจี๋หรอกนะ! เพียงเพื่อนางถึงกับฆ่าได้แม้กระทั่งคนของตัวเอง หากผู้อาวุโสสูงสุดรู้เรื่องนี้เข้าละก็ เขาไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ”
“ข้าแค่พลั้งมือไปชั่วขณะ!” หลิงกล่าวอย่างเย็นชา อวี้จีหัวเราะเยาะ “หึหึหึ! พลั้งมือ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเจ้าจะฆ่าคนแล้วพลั้งมือไปได้ หากชอบสาวน้อยที่งดงามราวกับดอกไม้ผู้นี้ แย่งชิงนางมาก็สิ้นเรื่องแล้ว ทำไมถึงต้องปกปิดกันเช่นนี้ด้วย? ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็เป็นถึงผู้พิทักษ์ฝ่ายซ้ายของตำหนักเป่ยหาน!”
“ถ้ายังไม่อยากตาย ก็หุบปากซะ!”
หลิงมองอย่างดุร้ายทำให้อวี้จีไม่กล้าพูดอะไรอีก
เฟิงอวิ๋นซิวขมวดคิ้วเล็กน้อย การกระทำของหลิงดูแปลกๆ
มู่เฉียนซีกล่าวกับเฟิงอวิ๋นซิวว่า “พวกเราหาทางออกไปจากที่นี่กันเถอะ!”
“อื้ม!”
สายตาของหลิงเวลานี้แทบอยากจะฉีกเฟิงอวิ๋นซิวให้แหลกเป็นชิ้นๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่โอกาสที่ดีนักที่จะลงมือ
พวกเขาร่วมมือกันและทุกอย่างก็ราบรื่นขึ้นมาก
อีกฝ่ายคิดอยากที่จะรวบรวมพวกเขาเข้าด้วยกัน จากนั้นก็ต่อสู้กันเอง แต่กลับลืมไปว่ามีมู่เฉียนซีอยู่ด