้วย
มีมู่เฉียนซีคอยถ่วงดุลอยู่ในนั้น พวกเขาจึงไม่มีทางสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายแน่
หลังจากออกมาจากมิตินี้มู่เฉียนซีก็กล่าวว่า “ตำแหน่งของพวกเราตอนนี้อยู่ในหอสูงแห่งนี้ พวกเจ้าทั้งสองล้วนมีหินเทพอัคคี ใช้เปลวเพลิงเผาหอสูงและบีบบังคับให้เขาออกมา!”
เฟิงอวิ๋นซิวยิ้มและกล่าวว่า “ความคิดของเฉียนซีนี้ไม่เลวเลย!”
“ข้าเห็นด้วย!”
แววตาของอวี้จีเต็มไปด้วยความสงสัย
ตําหนักตงจี๋และตำหนักเป่ยหานร่วมมือกัน หอสูงทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง
เนื่องจากธาตุไฟของหินเทพอัคคีนั้นรุนแรงอย่างมาก จึงต่อให้คนๆนั้นต้องการใช้พลังมิติเพื่อเคลื่อนย้ายเปลวเพลิงนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้
ในที่สุดเสียงคำรามเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“หยุดเดี๋ยวนี้ พวกเจ้าทั้งหมดหยุดเดี๋ยวนี้ พวกเจ้าคิดจะทําลายหอมิติของข้ารึ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “พวกเราไม่ได้อยากทำลายหอมิติของเจ้า แค่เพียงต้องการบีบบังคับให้เจ้าปรากฏตัวเท่านั้น! ถ้าเจ้ายอมปรากฏตัวอย่างว่าง่าย พวกเราคงไม่ต้องลงมือ”
“พวกเจ้ามันโหดเหี้ยม! ดับไฟของพวกเจ้าซะ และข้าจะให้พวกเจ้าไป ”
มู่เฉียนซีกล่าว “เอาล่ะ หยุดได้แล้ว! ดูเขาก็คงไม่กล้าโกหก หากโกหกละก็จะทำให้ทั้งเมืองไหม้ไปหมดเลย”
ผู้ที่เดิมทีคิดจะส่งพวกเขาออกจากหอมิติแอบขบฟันแน่น เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากละทิ้งแผนการเดิมและย้ายพวกเขาไปยังอาณาเขตของตน
ตอนนี้มู่เฉียนซีและคนอื่นๆอยู่ชั้นบนสุดของหอมิติ พวกเขาสามารถมองเห็นเมืองต่างแดน