ได้ทั้งหมด และในตอนนี้ที่ใจกลางของหอมิติมีหินหยกโปร่งใสฝังอยู่ในนั้น
มู่เฉียนซีเดินเข้าไปหาและกล่าวว่า “พวกเรามากันหมดแล้ว เจ้าไม่คิดจะออกมาพบพวกเราหน่อยหรือ?”
แสงสีขาวสว่างวาบออกมาจากลูกกลมๆที่โปร่งใสนั่น เงาของชุดคลุมสีขาวปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา “เจ้า… เจ้าสาวน้อย หาข้าพบแล้ว”
“เหลือแค่เศษเสี้ยววิญญาณอยู่ในลูกมิตินี้ เจ้านี่ช่างน่าสังเวชนัก” มู่เฉียนซีกล่าว
ไม่ใช่ว่านางค้นพบ แต่เป็นอาถิงที่จำได้ว่านี่คือลูกมิติ
ถ้าคนผู้นี้เป็นเศษเสี้ยววิญญาณที่หลงเหลืออยู่ละก็ วิญญาณของเขาจะต้องติดอยู่กับลูกนี้อย่างแน่นอน
“สาวน้อยอย่างเจ้าจะรู้อะไร? เจ้ารู้ไหมว่าสงครามนั้นน่ากลัวแค่ไหน? ถ้าไม่ใช่เพราะข้ามีลูกมิติ วิญญาณคงสลายไปนานแล้ว ”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าจะไม่พูดคุยเรื่องนี้กับเจ้า เจ้าพูดไว้แล้วว่าถ้าใครหาเจ้าเจอ เจ้าก็จะรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”
“ไม่! พวกเจ้าหาข้าพบด้วยกัน ข้าสามารถตอบสนองความต้องการของคนๆหนึ่งได้เท่านั้น ดังนั้น…” ชายชุดคลุมสีขาวกล่าว
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “กลอุบายแบบเดียวกัน เจ้าใช้สองครั้งแล้ว ผู้อาวุโสคิดว่าพวกเราโง่หรือไง? ”
“แต่ข้ารับปากว่าจะจัดการแค่เรื่องเดียว พวกเจ้าดูกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เรื่องนี้พูดกันง่าย เป้าหมายของพวกเราเหมือนกัน”
ชายชุดขาวมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีและกล่าวว่า “พวกเจ้าจะทําอะไร?” “กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ เจ้าคงรู้จักกระบี่วิญญาณมังกรเพลิงพิฆาตดีกร