พวกเจ้าแล้ว อีกอย่างอวี้จีผู้นั้นก็อันตรายมาก ข้าไม่อยากจะเจอกับนางอีก”
ดวงตาสีอำพันคู่นั้นของเฟิงอวิ๋นซิวมองไปที่มู่เฉียนซี เขารู้สึกว่าคำพูดของนางนั้นไม่เป็นความจริง
มู่เฉียนซีกล่าวต่อ “ที่ข้าร่วมมือกับพวกเจ้าก็เพียงแค่หาทางเข้าสนามรบโบราณก็เท่านั้น ตอนนี้ข้าบรรลุเป้าหมายแล้ว ไม่ร่วมทางไปกับพวกเจ้าก็เห็นแปลก”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ไม่มีศิลาเทพอัคคี เจ้าก็ไม่อาจหาสิ่งที่เจ้าต้องการเจอได้”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย บางทีข้าอาจจะเจอกับเรื่องไม่คาดฝันก็ได้!
หลังจากที่สนามรบโบราณที่สองได้เปิดขึ้น มู่เฉียนซีก็ได้แยกทางกับเฟิงอวิ๋นซิว
เฟิงอวิ๋นซิวอยากจะรั้งนางเอาไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะใช้เหตุผลใดรั้งนาง
ใบหน้าที่แข็งทื่อนั้นของหลิงเผยรอยยิ้มออกมา ในที่สุดซีเอ๋อร์ก็อยู่ห่างจากเจ้านี่สักที
จากนั้น เวลาเขาจะต่อสู้กับเจ้านี่ก็ไม่จำเป็นต้องยั้งมือแล้ว
ซวนอีกล่าว “นายน้อย เป็นความผิดของพวกข้าน้อยเอง หากนายน้อยอาลัยอาวรณ์สาวน้อยผู้นั้น ข้าน้อยจะไปตามนางกลับมา!”
ซวนอีรู้ว่าตั้งแต่ที่พวกเขาได้ชกต่อยกับองครักษ์ผู้นั้นของนาง สาวน้อยผู้นั้นก็อยู่ห่างนายน้อยมากขึ้น
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เป็นเพราะข้าเอง ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า”
เป็นเพราะเขาไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ หากเขาไม่เห็นมู่เฉียนซีเป็นคนผู้นั้น บางทีเขาก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะเป็นสหายของนาง
นางดูเหมือนจะไร้หัวใจ แต่นางก็มีอารมณ์โกรธเหมือนกัน
ตลอดการเดิ