นทาง ซวนอีได้เห็นนายน้อยของตนยอมกินยาอย่างเชื่อฟัง ถึงแม้ว่าสาวน้อยผู้นั้นจะไม่อยู่ เช่นนี้เขาก็รู้สึกวางใจแล้ว
ถึงแม้ว่าสาวน้อยผู้นั้นคิดจะไปก็ไป แต่นางก็ไม่ได้จากไปโดยที่ไม่สนใจนายน้อยเลย
มู่เฉียนซีเดินทางเพียงลำพังในสนามรบโบราณที่สอง นางไม่มีศิลาเทพอัคคีสำรวจ มีเพียงแค่คมกระบี่ของกระบี่มังกรเพลิงก็เพียงพอแล้ว อีกทั้งยังไม่ต้องสูญเสียพลังวิญญาณแต่อย่างใด
มู่เฉียนซีกล่าว “มังกรเพลิง เจ้ายังไม่รู้สึกอะไรอีกเหรอ ?”
“หรือว่ากระบี่จอมมารนั่นจะหลอกข้า” แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี
เดินทางคนเดียวก็รู้สึกสบายใจดี หากมีอันตรายที่นางสามารถรับมือได้นางก็จะรับมือ หากรับมือไม่ได้ ชิงอิ่งก็จะปรากฏตัวขึ้นและจัดการได้อย่างรวดเร็ว
“นายท่าน มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ?” ในขณะที่เดินอยู่นั้น ศิษย์กลุ่มหนึ่งของหอโม่ปิงก็ได้เจอกับนาง
คนเหล่านี้ดูเหมือนจะอายุประมาณยี่สิบกว่าปี พลังความสามารถของแต่ละคนนั้นไม่ได้แย่ไปกว่าอัจฉริยะร้อยอันดับแรกของการแข่งขันใหญ่ร้อยสำนักเหล่านั้นเลย
“นายท่าน พวกเราค้นพบโบราณสถานแห่งหนึ่ง แต่ด้วยพลังความสามารถของพวกเราแล้ว พวกเราจึงไม่กล้าเข้าไป ไม่ทราบว่านายท่านจะยอมไปกับพวกเราหรือไม่”
คนกลุ่มนี้ล้วนแต่ระมัดระวังเป็นอย่างมาก ถึงอย่างไรเสีย คนผู้นี้ก็เป็นผู้ที่หัวหน้าหอเคารพเป็นอย่างมาก
พวกเขาคิดว่าการที่สามารถเชิญคนผู้หนึ่งมาได้นั้น นับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมากแล้ว และแน่นอ