เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “หินเทพอัคคีนั้นมีเพียงแค่สองก้อนในโลกทั้งสี่ทิศ ส่วนที่อื่นนั้นยิ่งไม่มีความเป็นไปได้มากขึ้นกว่าเดิมไปเสียอีก”
“และทันทีที่มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ยอมรับผู้เป็นเจ้านาย พลังธาตุวิญญาณของมันก็จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวผู้เป็นนายของมัน ถึงแม้ว่าจะมีหินเทพก็ไม่สามารถที่จะตรวจจับออกมาได้
ซวนอีกล่าว “เจ้าคิดว่ามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เป็นผักกาดขาวหรือยังไง? พวกเราตำหนักตงจี๋ได้ใช้เวลานับพันปีถึงได้หาเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาได้บ้าง ส่วนมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ชิ้นอื่นๆนั้น หากต้องการจะตามหามัน นั่นเป็นฝันกลางวันชัดๆ”
สีหน้าของมู่เฉียนซีหมองคล้ำขึ้นมา ที่ซวนอีได้กล่าวมานั้น มิใช่ว่านางได้ฝันกลางวันไปตั้งหลายครั้งแล้วหรือไร
คำพูดของเฟิงอวิ๋นซิวนั้นทำให้มู่เฉียนซีสบายใจขึ้นมาไม่น้อย หลังจากที่ได้ทำพันธสัญญาไปแล้วก็ไม่อาจที่จะตรวจจับได้ เช่นนั้นนางก็จะไม่ถูกเปิดเผยได้อย่างง่ายดาย
บุรุษหลายคนบนลานนั้นราวกับระเบิดเวลาก็มิปาน!
อาถิงแค่นเสียงเย็นชาและกล่าว “ฮึ่ม! เจ้านี่ช่างเป็นผู้ที่ได้ดีไปแล้วยังทำตัวน่าเอ็นดูอยู่อีก เจ้าคิดว่าข้ากับพี่สาวจะหวงแหนในการทำพันธสัญญากับเจ้ารึ!”
“อาถิง เจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว ข้าคิดว่าเจ้านั้นจะแกล้งตายอยู่ตลอดไป!”
“ข้าตื่นขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่เห็นว่ามีบุรุษรูปงามช่วยเหลือคนบางคนไว้ เลยทำใจไม่ได้ที่จะรบกวนเจ้า”
“ข้