ังห้องของตัวเอง
มู่เฉียนซีจงใจเลือกห้องที่อยู่ไกลจากห้องของเฟิงอวิ๋นซิวมากที่สุด เพราะนางได้คาดเดาเอาไว้แล้วว่าคืนนี้อารองคงจะทนไม่ได้แน่นอน
เมื่อถึงยามรัตติกาล อวีจีก็ทนไม่ไหว “ซิวผู้รูปงาม พี่สาวมาแล้ว คืนนี้พี่สาวจะทะนุถนอมเจ้าเป็นอย่างดี!”
หลังจากที่อวี้จีออกไป หลิงก็ออกไปเช่นกัน
มู่เฉียนซีรู้สึกมีลมเย็นพัดกระโชกมา จากนั้นร่างชุดดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้ามู่เฉียนซี
“ซีเอ๋อร์!” ใบหน้าอันเย็นชานั้นเผยความอ่อนโยนออกมา
มู่เฉียนซี “อารอง”
“กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ อารองจะช่วยเจ้าหาเอง เจ้าออกไปจากที่นี่ อยู่ห่างจากเจ้าเด็กอวิ๋นซิวนั่นให้ไกล เจ้าเด็กนั่นไม่ง่ายเลย” หลิงกล่าว
มู่เฉียนซี “ที่อารองตามหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ในครั้งนี้ เกรงว่าจะมีคนสั่งการให้อารองหาใช่หรือไม่ ต่อให้อารองหามันเจอแล้วมอบมันให้กับข้า แล้วอารองจะไม่เป็นอันตรายหรอกเหรอ ?”
แววตาของหลิงดูคลุมเครือ “ไม่เป็น!”
“อารองโกหกข้าไม่เก่ง แต่ข้าก็มองออกแล้วว่าเป็น ต้องเป็นอันตรายแน่นอน!”
คนที่สามารถใช้ทักษะลับให้อารองเป็นเช่นนี้ได้ ต้องเป็นคนที่จิตใจโหดเหี้ยมอย่างแน่นอน
หากอารองเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ที่ได้มาให้กับผู้อื่น อารองจะต้องทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าว “กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ข้าตามหาเองได้ แต่เมื่อถึงตอนนั้น โปรดอารองยั้งมือด้วย!”
มือใหญ่คู่หนึ่งลูบหัวมู่เฉียนซีอย่างอ่อนโยน “อารองจะไ