ตรีจิตเช่นนี้ก็ได้”
เฟิงอวิ๋นซิวเปิดประตูออกมา ดวงตาสีอำพันคู่นั้นมองไปที่อวี้จีด้วยความนิ่ง และกล่าวว่า “เจ้าจะพูดสิ่งใด ?”
“ข้าไม่ชอบขี้หน้าหลิงมาตั้งนานแล้ว เรามาร่วมมือกันไหมล่ะ กำจัดเจ้าหมอนั่นซะ เมื่อถึงตอนนั้นพี่สาวคนนี้จะช่วยเจ้าหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เอง ได้ผลคุ้มค่ามาก!”
“มีเรื่องดีดีเช่นนี้ด้วยเหรอ ?”
“แต่พี่สาวก็มีเงื่อนไขเหมือนกันนะ เงื่อนไขที่ว่านั้นก็คือ คืนนี้น้องอวิ๋นซิวต้องอยู่เป็นเพื่อนข้า เป็นเช่นไร ?” อวี้จีมองเฟิงอวิ๋นซิวด้วยแววตาหยาดเยิ้ม
“นี่เจ้ารนหาที่ตาย!” ซวนอีโกรธเกรี้ยวขึ้น
“ฆ่าซะ!” เฟิงอวิ๋นซิวสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซวนอีและพวกก็ลงมืออย่างโหดเหี้ยม
อวี้จีกล่าวด้วยความเสียใจ “ข้างกายของน้องอวิ๋นซิวมีสาวงามอย่างไร้ที่เปรียบติดตามมาด้วยคนหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ชอบหนหน้าตาเช่นข้า แต่ก็น่าเสียดาย ก็ไม่รู้ว่าน้องอวิ๋นซิวจะปกป้องนางได้นานแค่ไหน”
ตูม!
เฟิงอวิ๋นซิวลงมือแล้ว และการโจมตีนี้เป็นการโจมตีหมายจะเอาชีวิต
ร่างอันเพรียวบางของอวี้จีเคลื่อนไหวและหลบหารโจมตีนี้ได้ จากนั้นนางยิ้มพลางกล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่าน้องอวิ๋นซิวจะลงมือด้วยตัวเองเช่นนี้ ดูท่านางจะสำคัญกับน้องอวิ๋นซิวมากสินะ!”
กล่าวจบนางก็จากไปทันที
ที่อวี้จีมาครั้งนี้ก็แค่เพื่อหยั่งเชิง หยั่งเชิงว่าในใจของเฟิงอวิ๋นซิวนั้นมู่เฉียนซีมีความสำคัญแค่ไหน
ครั้งนี้ แม้แต่นางเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าจะได้ประโยชน์