เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นความสมัครใจของข้า ข้าไม่สามารถที่จะควบคุมจิตใจของตนเองได้ มันมิได้เกี่ยวอะไรกับเจ้า! ถ้าหากว่าในที่สุดเกิดเรื่องบาดหมางขึ้นกับเราทั้งสองฝ่าย บางทีข้าอาจจะลงมือฆ่าเจ้าก็ได้”
“ถึงแม้ว่าเจ้านั้นจะเหมือนกับนาง แต่เจ้าก็มิใช่นาง เมื่อตอนที่เห็นเจ้าเป็นครั้งแรกนั้นข้าเองก็รู้ดี” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวพร้อมถอนหายใจออกมา ความคิดถึงที่ค้างอยู่ในใจ ได้ถูกกำหนดให้เป็นอุปสรรคของเขา
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อถึงเวลานั้นข้าเองก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลแล้ว ข้าเองก็จะไม่ออมมือให้เช่นกัน เมื่อถึงตอนนั้นเกรงว่าเจ้าจะเสียใจในภายหลังที่ช่วยข้า อีกทั้งยังพาข้าไปหากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์”
“นำเอาภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นมาไว้ในที่ที่อยู่ใต้ตาตนเองมิใช่ว่าดีกว่าหรือ?” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวขึ้นอย่างเบาๆ
“ดูเหมือนว่าจิตใจของเจ้านั้นจะล้ำลึกยิ่งนัก” มู่เฉียนซีกล่าวพลางยิ้มไป
ระหว่างทางไปยังสำนักหลัวเทียนพวกเขาได้พูดคุยกันไปมิน้อย ราวกับเป็นมิตรสหายสนิทชิดใกล้ที่รู้จักกันมาหลายปี
แต่สำหรับเรื่องของแก้วตาดวงใจของเฟิงอวิ๋นซิวที่หน้าตาคล้ายนางเป็นอย่างมากนั้น มู่เฉียนซีก็มิได้ปากสว่างแพร่งพรายออกไป
นั่นก็คงจะเป็นแค่คนผู้หนึ่งที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับนางเท่านั้น! อย่างไรเสียนางก็ไม่เคยได้ยินท่านอารองบอกว่านางยังมีพี่สาวอีกคน
ส่วนจะเป็นท่านแม่ของนางนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
ปี