่านางเป็นผู้เนรคุณก็ได้ เผชิญหน้าระหว่างผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเอาไว้กับญาติของตนเองเช่นนี้ นางก็จะยืนอยู่ข้างญาติของนางอย่างไร้ซึ่งความลังเลใจ
ขวั่บ! คมธนูของซวนอีตัดผ่านอากาศพุ่งไปที่หลิง
สิ่งนี้ทำให้มู่เฉียนซีเห็นแล้วถึงกับรู้สึกอกสั่นขวัญหาย อยากจะปักเข็มยาเข้าที่แขนของซวนอีมาก
แต่โชคดีที่มู่เฉียนซีเห็นอารองของตนเองนั้นหลบคมธนูนี้ได้
ทว่า ตอนนี้ร่างสีดำร่างหนึ่งพุ่งออกไป และเป้าหมายก็คือหลิง
ปัง! ทั้งสองได้ต่อสู้กันไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
ผู้นำกับผู้นำ ทหารกับทหาร ต่อสู้กันไปมาอย่างไร้ท่าทีจะสิ้นสุด
ตูม ปัง ปัง! การต่อสู้ระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่มู่เฉียนซีควรจะเข้าร่วมด้วย แต่นางกลับจ้องมองสนามรบนี้อย่างใจจดใจจ่อโดยไม่กะพริบตาเลย
หากมีอันตรายเกิดขึ้นกับอารอง ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะไม่ยอมนั่งดูอยู่เฉยเป็นแน่
ทหารม้าที่พวกเขานำมานั้นล้วนแต่เป็นทหารม้าชั้นยอดทั้งสิ้น ส่วนฝ่ายตรงข้ามมีเพียงแค่สามสี่คนเท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกลอบโจมตี แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้ห่างชั้นกันมากนัก
“นายน้อยเฟิงอวิ๋นซิวของตำหนักตงจี๋ ฝีมือไม่เลวเลยจริง ๆ!” หลิงจ้องมองชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์หน้าตางดงาม ลงมืออย่างรวดเร็วและดุดันที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้
“องครักษ์ซ้ายหลิงของตำหนักเป่ยหาน กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ พวกข้าตำหนักตงจี๋จะไม่ยอมให้ใครไปเด็ดขาด” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวอย่างเย็นชา
“กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ จ