ะต้องเป็นของตำหนักเป่ยหานของพวกข้า” กล่าวจบแต่ละกระบวนท่าล้วนแต่เป็นกระบวนท่าคร่าชีวิตทั้งสิ้น
มู่เฉียนซีที่ซุ่มดูอยู่พึมพำขึ้นว่า “ข้าเดาไม่ผิดจริง ๆ เป้าหมายของอารองกับเฟิงอวิ๋นซิวนั้นเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณจริง ๆ”
ตำหนักตงจี๋ เป็นกองกำลังระดับสามเพียงหนึ่งเดียวแห่งแดนตะวันออกที่ควบคุมแดนตะวันออก
ตำหนักเป่ยหาน เป็นกองกำลังระดับสามเพียงหนึ่งเดียวแห่งแดนเหนือที่ควบคุมแดนเหนือ
กองกำลังระดับสาม สองกองกำลังแห่งดินแดนสี่ทิศต่างก็จับจ้องกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ เหลือก็เพียงแต่แคว้นเทพฟ้านอินแล้ว
ดูเหมือนว่าการที่จะเอาตัวกระบี่มังกรเพลิงมาได้นั้น ยากกว่าที่จินตนาการเอาไว้มาก
ตูม! การต่อสู้ของตำหนักตงจี๋กับตำหนักเป่ยหานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายล้วนแต่ได้รับบาดเจ็บกันทั้งคู่ มู่เฉียนซีจ้องมองไปที่อารองของนาง
ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กันอย่างไร้ทีท่าที่จะสิ้นสุดนั้น กลิ่นอายอันแข็งแกร่งอื่นก็ใกล้เมาแล้ว
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “กำลังเสริมของตำหนักตงจี๋มากันแล้ว พวกเราถอยก่อน พวกมันยังไม่ได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มา”
หากได้มาแล้ว ก็คงจะไม่ต่อสู้พัวพันกับพวกเขามากมาย และคงจะรีบจากไปแล้ว
ในที่สุดพวกเขาก็หยุดต่อสู้ ส่วนมู่เฉียนวีก็ถอยออกไปเช่นกัน
เมื่อมู่เฉียนซีออกไปจากกองกำลังผู้นำเจ็ดอสูร ทั่วทั้งกองกำลังผู้นำเจ็ดอสูรก็ถูกเปลวไฟแผดเผาไปทันที
“องครักษ์ซ