ง!”
ซวนอีและคนอื่นๆเงียบและต้องยอมพยักหน้าไปในที่สุด
มู่เฉียนซีเห็นซวนอีที่กลับออกมา ดูเขาร้อนใจเป็นอย่างมาก
มุมปากของมู่เฉียนซีโค้งขึ้นเล็กน้อย “องครักษ์ซวนอี หรือว่าเจ้ามีเรื่องอะไรจะขอกับข้า?”
“คุณหนูมู่โปรดเกลี้ยกล่อมนายน้อยอย่าไปเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสาหัสเพื่อปฏิบัติภารกิจเลย ท่านเป็นนักปรุงยาที่รักษาเขา เขาน่าจะฟังท่าน” ซวนอีกล่าวอย่างสุภาพ
มู่เฉียนซีกล่าว “อะไรนะ? เขาเพิ่งจะฟื้นตัวได้เล็กน้อย แล้วภารกิจที่เขาต้องไปทํานั้นอันตรายมากหรือ?”
“ขอรับ!”
“รนหาที่ตายแท้ๆเลย!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างโกรธกริ้ว
ในฐานะหมอ มู่เฉียนซีจึงมีจิตสำนึกในอาชีพนี้ขึ้นมา
ถ้าผู้ป่วยที่นางดูแลอยู่กล้าที่จะไม่สนใจสุขภาพร่างกายของตนเอง เช่นนั้นนางก็จะกลายเป็นสิงโตที่เดือดดาลขึ้นมาทันที
ซวนอีเห็นมู่เฉียนซีพุ่งเข้าไปในห้องของนายน้อยของพวกเขาด้วยท่าทางที่ดุร้าย เมื่อรู้สึกถึงจิตสังหารอันเย็นยะเยือก ซวนเอ้อและซวนซานก็เตรียมป้องกันขึ้นมาอย่างรีบร้อน
“ถอยไป!” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวอย่างเย็นชา
มู่เฉียนซีเดินมาถึงข้างเตียงของเขาอย่างราบรื่น และคว้าเสื้อของเขาไว้ ในมือมีเข็มพิษนับไม่ถ้วน
ดวงตาที่ดุร้ายคู่นั้นลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง จ้องเขม็งไปยังดวงตาสีเหลืองอำพันที่งดงามคู่นั้นแล้วกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าอยากจะทำให้ตัวเองกลายเป็นคนพิการ ตอนนี้ข้าจะแทงเจ้าสักสองสามเข็มเพื่อให้เจ้าได้สมหวัง”
เมื่อเห็นสายตาที่โกรธเคืองนี้