พวกเราจะได้แก้แค้นได้พอดี” ซวนซานกล่าวต่อ
แม้ลูกสมุนทั้งสามของเขาจะยืนยังอยู่ข้างๆมู่เฉียนซี เฟิงอวิ๋นซิวมองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “ได้ เชื่อฟังเจ้า”
“หึหึหึ! เวลาสามวัน ถ้าอยากฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ล่ะก็ ข้าจะให้ยาแรงๆกับเจ้า แต่เจ้าเองต้องทนรับมันให้ดีดีล่ะ!” มู่เฉียนซียิ้มเยาะ
ต่อจากนี้ ยาที่มู่เฉียนซีใช้นั้นจะเป็นยาที่ขมที่สุด และยาที่ใช้ก็ล้วนเจ็บปวดที่สุดด้วย
เมื่อซวนอีเห็นเจ้านายของตนขมวดคิ้วตอนกำลังกินยาและฉีดยา เขาก็คิดกับตัวเองในใจว่า “ข้ายอมทำให้คนต่ำทรามขุ่นเคืองดีเสียกว่าทำให้สตรีขุ่นเคือง”
หลังจากสามวันแห่งความทุกข์ทรมานของเฟิงอวิ๋นซิวผ่านไป ในที่สุดร่างกายก็ฟื้นตัวเต็มที่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าจะไปแล้ว ข้าก็จะไปช่วยเพื่อนของข้าเช่นกัน หากมีวาสนาต่อกันคงได้พบกันอีก!”
สุดท้าย มู่เฉียนซีไม่แม้แต่จะมองเฟิงอวิ๋นซิว นางก็จะไปแล้ว
เมื่อเห็นว่ามู่เฉียนซีกำลังจะจากไป เขาก็ไม่ได้รั้งไว้ เพราะต่อไปเขาก็จะต้องต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง
ถ้านางตามพวกเขาไปล่ะก็ นางจะต้องถูกลากเข้าไปพัวพันเป็นแน่
เขามองตามแผ่นหลังของนางไป และกล่าวว่า “ข้าชื่อเฟิงอวิ๋นซิว!”
มู่เฉียนซีหยุดเดินและกล่าวว่า “มู่เฉียนซี อย่าถูกฆ่าเอาง่ายๆล่ะ ไม่อย่างนั้นการรักษาของข้าคงสูญเปล่า”
มู่เฉียนซีทิ้งคำพูดนี้ไว้และจากไปทันที
หลังจากจากไป ปลายทางของมู่เฉียนซีก็คือกองกำลังผู้นำเจ็ดอสูร
มีความเป็นไปได้สูงที่ช