ด้เด็ดขาด”
“ขอรับ!”
ในขณะที่มู่เฉียนซีกำลังปรุงยาอยู่นั้นนางก็รับรู้ได้ว่ามีคนกำลังจับตามองนางอยู่
แต่หากนางคิดจะลงมือวางยาพิษทำร้ายผู้ใดเข้าจริง ๆ การจับตามองนางเช่นนี้ก็ไร้ประโยชน์
เป็นเพราะนางปรุงยาแผนปัจจุบัน (ยาน้ำ) นางจึงใช้เวลาในการปรุงอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ได้บรรจุยาเสร็จ มู่เฉียนซีก็ไปดูอาการของคนที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้
ซวนซานเดินมาก่อน และกลับไปรายงานให้ซวนอีทราบ “หญิงสาวผู้นั้นนางไม่ได้หลอมยา แต่นางปรุงเป็นโอสถ โอสถเหล่านั้นจะรักษาอาการบาดเจ็บของนายน้อยได้อย่างไรกัน ?”
ซวนอีกล่าว “หญิงสาวผู้นี้บอกเองว่านางนั้นเป็นนักปรุงยา แต่แม้กระทั่งเม็ดยานางก็หลอมออกมาไม่ได้ ยังคิดจะโกหกนายน้อยอีก”
“พี่ใหญ่ จะไปห้ามหรือไม่!”
“ไม่ได้ นายน้อยบอกว่าเชื่อนาง หากพวกเขายื่นมือเข้าไปแทรก นายน้อยจะไม่พอใจเอาได้” ซวนอีกล่าวอย่างจนปัญญา
ครั้นแล้วมู่เฉียนซีจึงเดินเข้าไปในห้องของเฟิงอวิ๋นซิวภายใต้สายตาที่ไม่พอใจเป็นอย่างมากของซวนอี
มู่เฉียนซีเอายาขวดหนึ่งออกมา “นี่คือยารักษา กินซะเถอะ!”
เฟิงอวิ๋นซิวตกใจนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ถึงแม้ว่ามู่เฉียนซีจะหน้าตาคล้ายกับหญิงสาวที่เขาสนใจมาก แต่การที่นางเอายาขวดหนึ่งยื่นให้เขาดื่มเช่นนี้ เขายังมีความลังเลใจอยู่บ้าง
นี่คือความลังเลใจที่อยู่ในจิตสำนึกของการปกป้องตนเอง ถึงอย่างไรก็ถูกวางยาพิษตั้งแต่เด็กมาหลายครั้งหลายคราแล้ว
มู่เฉียนซีมองก็รู้แล้ว นางกล่าวขึ้นว่า