หมอเทวดาเองก็คงนึกไม่ถึงว่าข้านั้นจะตามผู้อาวุโสโม่ไปที่ป่าเชียนโยว”
“ข้าสามารถที่จะแปลงโฉมแล้วปะปนอยู่ในกลุ่มของผู้อาวุโสโม่ พวกหุบเขาหมอเทวดาไม่สามารถที่จะตรวจจับได้แน่”
อาจารย์ใหญ่เหลยกล่าว “นี่นับเป็นวิธีการที่ดีวิธีหนึ่ง ในเมื่อเจ้าตั้งใจอย่างหนักแน่นว่าจะไปแล้ว เช่นนั้นข้าเองก็หมดหนทาง แต่น่าเสียดายที่เหลยหมิงไม่สามารถติดตามไปปกป้องเจ้าได้แล้ว”
ช่วงนี้เหลยหมิงนั้นตามติดมู่เฉียนซีอยู่ทุกวัน แต่เขานั้นไม่เคยร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยสำนักปรุงยามาก่อนเลย และถ้าหากว่าครั้งนี้เขายังตามมู่เฉียนซีไปอีกก็นับว่าการแปลงโฉมของมู่เฉียนซีในครั้งนี้คงได้ถูกเปิดโปงออกเสียแล้ว
อาจารย์ใหญ่โม่กล่าวด้วยความโกรธ “เจ้าเฒ่า ในสายตาเจ้านั้นข้าไม่น่าเชื่อถือหรือไว้ใจได้เท่าเจ้าเด็กน้อยเหลยหมิง?”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“เจ้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นแล้วหมายความเช่นไร?”
“……”
ถึงอย่างไรเรื่องที่สำคัญมันก็ได้จบลงไปแล้ว ตาเฒ่าสองคนนี้พอใจที่จะทะเลาะกันเช่นไรก็ปล่อยให้เขาทะเลาะกันไป
วันต่อมาทางด้านผู้อาวุสโม่ก็ได้เตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลุ่มนี้เป็นเพียงแค่กลุ่มที่มีคนจำนวนสิบกว่าคนเท่านั้น นอกจากอัจฉริยะนักปรุงยาของหน่วยสำนักปรุงยาแล้ว ส่วนที่เหลือล้วนแต่เป็นยอดฝีมือระดับมหาจักรพรรดิ
นี่สมแล้วที่เป็นกระบวนทัพของสำนักนิกายระดับสองชั้นนำ
“ผู้อาวุโสโม่ ทุกคนมากันครบแล้ว พวกเราควรจะออกเดินทางแล้วหรือไม่?”