ู้ที่อยู่ตรงหน้าเพียงผู้เดียว นั่นก็คือไป๋ชาง และค่ายกลนั้นก็ได้เปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่ง
บึ้ม! เมื่อค่ายกลเปลี่ยนไป พลังของไป๋ชางก็แข็งแกร่งขึ้น
ถึงแม้ว่าจะไม่มีพลังวิญญาณ แต่พลังของความรวดเร็วนั้นก็มากเกินกว่าความเร็วในระดับปกติของเขา
สายตาของไป๋ชางในตอนนี้ราวกับสัตว์ป่าที่โหดเหี้ยมจ้องเหยื่อหนึ่งตัวก็มิปาน
มู่เฉียนซีหัวเราะแล้วกล่าว “เพิ่มพลังความสามารถให้เจ้าไร้ประโยชน์นั่นแล้วคิดว่าจะสามารถชนะข้าได้? ข้าว่าเจ้านั้นช่างไร้เดียงสาเสียจริง! ถ้าหากว่าเจ้าเก่งกาจจริงก็ฟื้นฟูพลังวิญญาณให้เขาสิ เช่นนี้ยังคิดที่จะเอาชนะข้าได้ ฝันไปเถอะ!”
กล่าวจบร่างของมู่เฉียนซีก็ได้พุ่งออกไปราวกับสายฟ้าฟาด และที่พุ่งตามตัวมู่เฉียนซีไปยังมีเข็มยาของนางอีกด้วย
จินซ่านซ่านกลับสับสนเป็นอย่างมาก “ผู้ที่มีสติอยู่ในที่แห่งนี้มีเพียงแค่พวกเราสามคนเท่านั้น สาวงามมู่กำลังพูดอยู่กับใครกันแน่ ?”
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถหาตัวคู่สนทนาของนางได้ และในตอนนี้มู่เฉียนซีก็ได้เข้าไปใกล้ตัวของไป๋ชาง และได้เปิดฉากการโจมตีระยะใกล้ที่น่าตื่นตะลึงขึ้น
ทุกครั้งที่ไป๋ชางลงมือโจมตี มันล้วนแต่เป็นกระบวนท่าพิฆาตอย่างเอาตาย
แต่มู่เฉียนซีนั้นลงมืออย่างโหดเหี้ยมยิ่งกว่า จุดใดบนร่างกายที่อ่อนแอที่สุด แล้วถึงชีวิตที่สุด นางจะโจมตีไปที่จุดนั้น
ถึงอย่างไรเสีย ต่อให้อีกฝ่ายไม่ถูกค่ายกลควบคุมเอาไว้ เขาก็ไม่ใช่มิตรแต่ยังเป็นศัตรูอยู่ดี จึงไม่จำเป