้น
ฟู่ว ฟู่ว! จำนวนของตะขาบเหล่านั้นก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
จินซ่านซ่านขนลุกซู่ไปทั้งตัว “นี่ยังไม่หมดอีกเหรอ ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป มีหวังพวกเราถูกมันไล่จนเหนื่อยตายแน่!”
ในตอนนี้มู่เฉียนซีได้สวมถุงมือและหยิบตะขาบขึ้นมาตัวหนึ่ง จินซ่านซ่านตะโกนร้องขึ้น “อ๊า ตะขาบ เอามันไปไกล ๆ ข้า!”
มู่เฉียนซีโยนขวดยาจำนวนหนึ่งให้พวกเขา และกล่าวว่า “รอใช้ยาเหล่านี้ขวางพวกมันเอาไว้ ยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้!”
มู่เฉียนซีโยนสิ่งเหล่านี้เอาไว้เสร็จ นางก็วิ่งออกไปไกล ๆ
คนของสำนักศึกษาซวนเสียนั้นแน่นอนว่าไร้ซึ่งข้อสงสัยใด ๆ ในตัวมู่เฉียนซี
ทว่า คนของสำนักศึกษาจินซินนั้นกลับนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “พี่ใหญ่ นี่นางจะหนีไปง่าย ๆ เช่นนี้เลยเหรอ นางคงไม่ให้พวกเขาขวางตะขาบพวกนี้ไว้แล้วนางหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวหรอกกระมัง!”
จินซ่านซ่านโกรธขึ้น “หากยังมีใครพูดจาซี้ซั้วอีกล่ะก็ ข้าจะจับพวกเจ้าโยนให้ตะขาบเหล่านั้นกินซะ!”
ถึงแม้ว่าจะรู้จักกับมู่เฉียนซีไม่นาน แต่จินซ่านซ่านก็ยังเชื่อในตัวผู้ที่เขาเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก
“ขวางเอาไว้!”
ปัง!
ยาถูกโยนขึ้นไปในอากาศ เห็นได้ชัดว่ามันยังมีผลต่อตะขาบเหล่านี้อยู่บ้าง
ทว่า ตะขาบเหล่านี้เป็นสิ่งมีชีวิตโบราณ และผลของยาฆ่าแมลงของมู่เฉียนซีนี้ก็มีขีดจำกัด
“ขวางเอาไว้ ถ่วงเวลาเอาไว้ให้เฉียนซีให้ได้” ซวนอี้กล่าว
และมู่เฉียนซีที่อยู่ด้านหลังในตอนนี้กำลังปรุงยาอยู่ นางเอาสมุนไพรวิญญาณออกมาไม่น้อยว