ฝ่ายตรงข้ามราวกับชายหนุ่มผู้มั่งคั่งมาปล้นตัวหญิงสาวก็มิปาน แต่จินซ่านซ่านในตอนนี้กลับหลบอยู่หลังมู่เฉียนซีอย่างอ่อนแอ
“ข้าไม่ไปกับมัน หากมันเอาตัวข้าไปมีหวังมันต้องทรมานข้า กดขี่ข่มเหงข้า ไม่ให้ข้ากินข้าวเป็นแน่ คนงามมู่ เจ้าต้องปกป้องข้านะ!” ตอนนี้จินซ่านซ่านกล่าวอย่างสะอึกสะอื้น
อวี้จี๋กล่าวอย่างดูถูกเยียดหยามเขาว่า “เจ้ามันอ่อนแอจนต้องให้ผู้หญิงปกป้อง ต่อให้เจ้าจะร้องห่มร้องไห้มันก็ไร้ประโยชน์!”
เขาเหลือบมองมู่เฉียนซี “บอกข้ามาว่าพวกเจ้าตัดสินใจเช่นไร”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “พวกเจ้ารู้ว่าจินซ่านซ่านนั้นเป็นคนที่โชคดีมาก พวกข้าอยู่กับเขามาวันนึง แน่นอนว่าพวกข้าก็รู้เช่นกัน ในเมื่อสำนักศึกษาซวนเสียของพวกข้าคว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขันรอบแรกมาได้ เช่นนั้นเป้าหมายการแข่งขันในรอบที่สอง ก็เป็นเช่นเดิม ความสามารถของจินซ่านซ่านนั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ดังนั้นข้าไม่ยอมส่งตัวเขาให้พวกเจ้าเด็ดขาด”
อวี้จี๋หัวเราะขึ้น “อันดับหนึ่ง ฮ่าฮ่าฮ่า นี่พวกเจ้าคิดจะเอาอันดับหนึ่งในการแข่งขันรอบสองอย่างนั้นเหรอ ดูเหมือนพวกเจ้าจะโชคดีที่ได้อันดับหนึ่งมาในรอบแรก แล้วยกตนข่มท่านมากเกินไปจนไม่รู้จักประมาณตน เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจที่จะทำให้พวกเจ้าได้เห็น ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเจ้าจะเก่งกาจสักแค่ไหน” อวี้จี๋กล่าวเย้ยหยัน
“ในเมื่อพวกมันไม่ยอมส่งตัวมา พวกเราก็แย่งชิงตัวจินซ่านซ่านมาก็จบเรื่อง