อวี้หุนคิดว่าชัยชนะเป็นของพวกเขา ไม่นานก็สามารถเอาตัวจินซ่านซ่านผู้หาสมบัติผู้นี้ไปได้ แต่นึกไม่ถึงเลย…
พี่ใหญ่ของพวกเขาตกอยู่ในกำมือของผู้อื่นแล้ว อีกทั้งยังถูกคนผู้นั้นควบคุมอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าว “หากพวกเจ้าไม่อยากบอกลาพี่ใหญ่ของพวกเจ้าแล้วล่ะก็ วางมือซะ!”
พวกเขาจำใจต้องวางมือ และจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี
จินซ่านซ่านยิ้มพลางกล่าวว่า “สมกับเป็นคนที่ข้าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก เข็มเดียวเห็นเลือด จัดการได้ในคราเดียว”
เขาชื่นชมคนงามที่เป็นยันต์ป้องกันตัวให้เขา เขามองคนไม่ผิดแน่ สายตาเขาช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก
“เลวทรามต่ำช้าเกินไปแล้ว!”
“แน่จริงก็ต่อสู้กันซึ่ง ๆ หน้าสิ!”
“……”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าก็แค่ต้องการพาผู้มีความสามารถในการล่าหาสมบัติเข้ารอบสองอย่างเงียบ ๆ แต่พวกเจ้ารนหาที่เอง ข้าก็แค่ใช้วิธีที่เร็วที่สุดและสะดวกที่สุดจัดการปัญหาในครั้งนี้ก็เท่านั้น”
อวี้จี๋กล่าวเสียงขรึมว่า “ปล่อยข้าไป ครั้งนี้ก็ถือซะว่าให้แล้วกันไป”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้น “เจ้าหมายความว่า ครั้งนี้ให้แล้วกันไป แต่ก็ยังมีครั้งหน้าอีก!”
อวี้จี๋นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “หากให้สู้กันจริง ๆ ข้าก็ไม่กลัวพวกเจ้า แต่ข้ายังมีเรื่องอื่นต้องทำ ไม่อยากจะเสียเวลา เสียกำลังกับพวกเจ้า ดังนั้น…”
มู่เฉียนซียกมือข้างหนึ่งขึ้น เข็มยาอีกเข็มหนึ่งก็แทงเข้าที่คอของอวี้จี๋
เฮือก! อวี้จี๋อ้าปากค้าง
“นี่เจ้า…เจ้าวางยาพิษข้าอ