ีกแล้ว!” อวี้จี๋โกรธเกรี้ยวล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว
มู่เฉียนซีเก็บกระบี่และเดินออกมา ตอนนี้อวี้จี๋พุ่งเข้าหาพลางกล่าว “เจ้า รนหาที่ตาย…”
ซวนอี้เข้ามาขวางด้านหน้ามู่เฉียนซี และกล่าวกับอวี้จี๋ว่า “เจ้าลองลงมือดูสิ!”
ทว่า ซวนอี้ยังไม่ทันได้ลงมือ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกายราวกับกระแสน้ำโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงก็มิปาน ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นก็บิดเบี้ยวขึ้น
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าช่างมีความกล้าหาญยิ่งนัก โดนพิษของข้าเข้าไปยังกล้าลงมือกับข้าอีก”
อวี้จี๋กล่าว “ยาแก้พิษ เอายาแก้พิษมาให้ข้า ต่อไปนี้ข้าจะไม่มาวุ่นวายกับพวกเจ้าอีก แล้วข้าจะไม่แย่งตัวจินซ่านซ่านแล้ว”
จินซ่านซ่านกล่าว “อย่าเชื่อมัน เมื่อครู่มันยังกลับคำจะลงมือกับเจ้าอยู่เลย เจ้าหมอนี่เป็นคนใจแคบมาโดยตลอด ชอบคิดเล็กคิดน้อย ตระหนี่ถี่เหนียว หากมันได้ยาแก้พิษไปมันต้องคิดหาทุกวิถีทางเพื่อที่จะต่อกรกับพวกเจ้าแน่”
“จินซ่านซ่าน เจ้า…” สีหน้าของอวี้จี๋พลันเปลี่ยนไปดำเสียยิ่งกว่าก้นหม้อเสียอีก
“เฮ้อ ก็ข้าพูดความจริงทั้งนั้น เป็นมนุษย์ซื่อสัตย์เกินไปก็ไม่ดีอีก” จินซ่านซ่านกล่าวด้วยความกลัดกลุ้มใจ
อวี้จี๋ได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
มู่เฉียนซีกล่าว “พิษนั้นในร่างกายเจ้า หากเจ้าไม่ลงมือกับข้ามันก็จะไม่กำเริบขึ้น”
เมื่อมู่เฉียนซีกล่าวจบ อวี้จี๋ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ แล้ว
ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ด้วย!
“ตกลงเจ้าจะเอายังไงถึงจะยอมเอายาแก้พิษให้