ได้มาโกหกข้าอย่างใสซื่อ”
จินซ่านซ่านทำได้แต่ยอมรับชะตากรรม ทำไมถึงได้หลอกนางไม่ได้กันนะ!
เขากล่าว “สาวงามมู่เก่งกาจเช่นนี้ ข้าอยากจะตามเจ้าไปเพราะจะปลอดภัยและได้เก็บเกี่ยวอย่างเฟื่องฟูอย่างแน่นอน ก็เลย…”
“ข้าจะตามเจ้าเฉยๆ จะไม่ก่อเรื่องวุ่นวายให้เจ้า เช่นนี้ยังไม่ได้อีกหรือ?” เขากล่าวขึ้นอย่างน่าสงสาร
ซวนอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “การที่พวกเจ้ามาติดตามก็คือความวุ่นวายอย่างหนึ่ง!”
“ศิษย์พี่ซวนอี้กล่าวมานี้ช่างกล่าวได้คมคายนัก ประหนึ่งเข็มเดียวแทงเห็นเลือด!”
“ถ้าหากว่าเจอสิ่งล้ำค่าเข้าแล้วยังจะต้องมาแบ่งกับพวกเขาอีก นี่มันส่งผลกระทบต่อคะแนนของพวกเราจริงๆ”
“แยกย้ายกันไป อย่าได้คิดจะมาติดเกวียนของพวกเรา สหายมู่ของพวกเรานั้นก็มิใช่นักศึกษาของสำนักเจ้า”
จินซ่านซ่านกล่าว “ถ้าหากว่าพบของล้ำค่าเข้า พวกเจ้าเอาไปเจ็ดส่วน พวกเราสามส่วนได้หรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าวปฏิเสธในทันที “ถึงต่อให้พวกเจ้าหนึ่งส่วนและพวกเราเก้าส่วนนั่นก็เป็นไปไม่ได้ สนามรบโบราณแห่งนี้ก็มีโอกาสให้อยู่ไม่น้อย พวกเจ้าไปเผชิญโอกาสของพวกเจ้าโดยตรงก็ไม่มีอะไรไม่ดีนี่!”
“พวกเรากลัว”
“พวกเราได้ไปล่วงเกินคนเอาไว้ไม่น้อย”
“เกือบทุกสำนักของทวีปอวี้โจวนั้นล้วนเกลียดพวกเรา ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะลอบกัดทำให้พวกเราตกรอบไป”
“……”
ด้วยมู่เฉียนซีกล่าวปฏิเสธออกมา พวกคนของสำนักศึกษาจินซินจึงได้กล่าวขึ้นอย่างรีบร้อน