ายยิ่งนัก”
“……”
ตอนนี้อาจารย์ใหญ่ซวนก็ร้อนอกร้อนใจราวกับมดที่อยู่ในหม้อน้ำร้อนก็มิปาน “เจ้าซวนอี้ เจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะ เจ้าต้องไม่เป็นอะไร”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “มีสาวน้อยซีอยู่ เจ้าวางใจเถอะ!”
แก้พิษได้แล้ว ทำแผลเสร็จแล้ว และซวนอี้ก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว
ทว่า อาการบาดเจ็บนั้นยังคงหนักอยู่ เขายังเดินไม่ได้ ยิ่งเรื่องขึ้นเขาจิ่วเหลยนั้นยิ่งไม่ต้องพูดเลย
ตอนนี้คนกลุ่มต่อไปของสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อก็ตามมาทันนางแล้ว “เหอะ เหอะ เหอะ! พวกเจ้าอยู่ตรงนี้ ไม่กล้าขึ้นไปแล้วนะสิ!”
“ก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ดูท่าเหลิ่งหลินจะลงมือด้วยความปรานีอยู่”
“เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่าสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อของพวกข้าจะล่วงเกินกันได้ง่าย ๆ”
แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี “หนวกหู น่ารำคาญ!”
“นี่เจ้ากล้าว่าพวกข้าน่ารำคาญงั้นเหรอ เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจัดการกับเจ้าได้”
ทว่า พวกเขาก็ไม่ได้ลงมือแต่อย่างใด “อย่าลงมือก่อนเลย พี่ใหญ่บอกไว้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เก็บเอาไว้ให้เขาเป็นคนลงมือเอง พวกเราอย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่ที่นี่เลย รีบขึ้นไปก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากัน!”
“ก็จริง ไปกันเถอะ!”
“ไม่กล้าไปก็อยู่ตรงนี้ต่อไปเถอะนะ รอให้ตกรอบไปตั้งแต่รอบแรกเถอะ!” พวกเขากล่าวเย้ยหยัน
เมื่อเห็นแต่ละคนแซงหน้าไปเช่นนี้ จินซ่านซ่านก็รู้สึกร้อนอกร้อนใจขึ้น
“นี่ตกลงเจ้าจะยอมแพ้แล้วใช่หรือไม่ เจ้ารับปากข้าแล้ว จะยอมแพ้ไม่ได้นะ”
ซวนอี้กล่าว “เป็นเพราะข้า