างของซวนอี้มีร่องรอยของเขี้ยวงู ตอนนี้บนร่างของซวนอี้เต็มไปด้วยน้ำค้างชั้นหนึ่ง ครั้งนี้เหลิ่งหลินใช้งูพิษที่มีพิษรุนแรงมาก
มู่เฉียนซีทำได้เพียงแค่หยุดขึ้นเขา และแก้พิษให้ซวนอี้ก่อน จินซ่านซ่านกล่าวถามว่า “คนงาม แล้วเราไม่ขึ้นเขาแล้วเหรอ เราจะละทิ้งไปง่าย ๆ เช่นนี้อย่างนั้นเหรอ ?”
“ข้าว่าให้เขายอมแพ้แล้วปล่อยให้เขาพักผ่อนจะดีกว่า แล้วพวกเราก็ขึ้นไปแก้แค้นให้เขา” จินซ่านซ่านกล่าวแนะนำ
มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึมว่า “ซวนอี้ จะตกไปตั้งแต่รอบแรกไม่ได้”
“แต่เขาบาดเจ็บหนักเช่นนี้แล้วนะ จะขึ้นไปได้อีกจริง ๆ เหรอ อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ภูขาธรรมดา ๆ นะ!” จินซ่านซ่านกล่าว
“ขึ้นได้แน่นอน หากเจ้าไม่เห็นด้วยเจ้าก็ขึ้นไปเองก็แล้วกัน” มู่เฉียนซีกล่าว
“ไม่นะ ข้าไม่เอาเช่นนั้น เจ้ารับปากข้าไว้แล้วนะ จะกลับคำไม่ได้เด็ดขาด!” จินซ่านซ่านไม่อยากไปคนเดียว ตัดสินใจกอดขามู่เฉียนซีเอาไว้แน่น
จากนั้น พวกเขาที่แซงหน้าคนอื่น ๆ มาหลายคน ตอนนี้ก็ถูกคนเหล่านั้นแซงหน้าไปแล้ว
การที่มู่เฉียนซีหยุดขึ้นเขาเพื่อช่วยคนอื่นเอาไว้เช่นนี้ ในสายตาของคนจำนวนมากเห็นว่านางเป็นคนโง่มาก
อาจารย์ใหญ่เหลยกล่าว “สาวน้อยผู้นี้ช่างมีไมตรีจิตยิ่งนัก เพื่อสหายร่วมสำนักผู้เดียว นี่นางจะยอมละทิ้งไปเช่นนี้อย่างนั้นเหรอ ?”
“ด้วยความเร็วของสาวน้อยนั่นแล้ว มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่นางจะเข้ารอบสิบอันดับแรกได้ แต่เป็นเพราะมาล่าช้าเช่นนี้ ช่างน่าเสียด